นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท. ได้ข้อสรุปแนวทางในเบื้องต้นแล้วว่า จะเดินหน้าก่อสร้างทางรถไฟของสัญญาที่ 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.3 กิโลเมตร(กม.) ของโครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะ(เฟส)ที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ไปพลางก่อน และเมื่อผลการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม(HIA) ของแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เชื่อมโยงกับสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยาขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เสร็จสิ้นจึงจะให้ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างสถานีอยุธยาต่อไป เพื่อไม่ให้ภาพรวมการก่อสร้างทั้งโครงการเกิดความล่าช้า

นายวีริศ กล่าวต่อว่า ขอเวลาตรวจสอบข้อกฎหมายต่างๆ ให้ชัดเจนก่อนว่า การสร้างสถานีอยุธยา ต้องรอ HIA หรือไม่ ไม่อยากให้ทำไปแล้วมีปัญหาตามมาทีหลัง แต่ทั้งนี้ รฟท. ก็ไม่อยากให้เรื่องนี้ล่าช้าออกไป และคงไม่สามารถรอผลการพิจารณาของยูเนสโกที่จะมีการประชุมประเทศสมาชิก ที่จัดขึ้นทุก 2 ปีเสร็จสิ้นก่อนแล้วจึงจะสร้างทั้งสัญญาได้ ดังนั้น รฟท. จะเดินหน้าก่อสร้างสัญญาที่ 4-5 ในส่วนของทางวิ่งไปก่อน โดยขณะนี้ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง รฟท. อยู่ระหว่างทำความคิดเห็น และรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการต้องทำทางรถไฟไปก่อน เสนอมายังผู้ว่า รฟท. และคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. พิจารณา คาดว่าจะเสนอภายในเดือน ธ.ค.67 จากนั้นจึงจะลงนามสัญญากับผู้รับจ้างต่อไป
นายวีริศ กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าของรายงาน HIA นั้น ปัจจุบัน รฟท. เสนอไปยังคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกแล้ว และเมื่อวันที่ 25 พ.ย.67 คณะกรรมการดังกล่าว ได้ให้ รฟท. กลับมาเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับแผนพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ และการเชื่อมต่อด้านคมนาคมทุกโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมปรับปรุงการเรียงลำดับเนื้อหารายงาน ให้เป็นไปตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ โดย รฟท. จะเสนอรายงานกลับไปยังคณะกรรมการฯ อีกครั้งประมาณเดือน ม.ค.68ทั้งนี้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แจ้งมายัง รฟท. ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโกจะลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินรายงาน HIA ในวันที่ 18-22 ม.ค.68

นายวีริศ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน รฟท. ได้เจรจากับผู้รับจ้างสัญญาที่ 4-5 แล้วว่า จะให้สร้างทางรถไฟไปก่อน จากนั้นจึงจะสร้างตัวสถานีภายหลัง ซึ่งทางผู้รับจ้างไม่ได้ขัดข้องใดๆ และยังคงยืนราคาเดิม โดยเวลานี้ผู้รับจ้างก็ยังคงทำงานก่อสร้างในสัญญาอื่นของโครงการฯ อยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม รฟท. พยายามเร่งรัด และแก้ปัญหาประเด็นต่างๆ ที่ยังติดปัญหาไม่สามารถทำให้โครงการเดินหน้าได้ แต่การจะทำอะไรทุกอย่างก็ต้องตรวจสอบเพื่อให้เกิดความรอบคอบ และถูกต้องด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้น รฟท. คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาที่ 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.3 กม. กับบริษัท บุญชัยพาณิชย์(1979) จำกัด วงเงิน 10,325 ล้านบาท ได้ประมาณช่วงเดือน ม.ค.68 ภายหลังจากผู้เชี่ยวชาญฯจากยูเนสโกลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเรียบร้อยแล้ว.



