เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับมูลนิธิไทยจัดพิธีถวายและมอบรางวัลการทูตสาธารณะ ประจำปี 2567 (Thailand’s Public Diplomacy Award 2024) ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ โดยในปีนี้ได้ถวายให้แก่ พระพรหมพัชรญาณมุนี (พระอาจารย์ชยสาโร) และมอบรางวัลให้แก่ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายสมเถา สุจริตกุล โดยมีคณะทูตานุทูตต่างประเทศและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศประจำประเทศไทย ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานกว่า 200 คน

พิธีมอบรางวัลเริ่มต้นด้วย นายธฤต จรุงวัฒน์ เลขาธิการมูลนิธิไทยกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของรางวัลการทูตสาธารณะ จากนั้น นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเปิดงานและต้อนรับ และนางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลการทูตสาธารณะประจำปี ๒๕๖๗ โดยมีนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานกรรมการมูลนิธิไทย เป็นผู้มอบรางวัล โดยผู้ที่ได้รับรางวัลในปีนี้มีทั้งหมด 3 ท่าน โดยมีผลงานที่โดดเด่นในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้

“พระพรหมพัชรญาณมุนี” (พระอาจารย์ชยสาโร) จากบทบาทอันสำคัญในการจรรโลงและเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทไทยออกไปอย่างแพร่หลายและต่อเนื่อง ทำให้ชาวต่างชาติเกิดความสนใจในพุทธธรรม และเดินทางเข้ามาศึกษาหลักคำสอนในประเทศไทย รวมถึงภารกิจที่ช่วยส่งเสริมให้นานาชาติเห็นถึงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และจิตวิญญาณของความเป็นไทยผ่านพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจที่สำคัญของชาวไทย

“สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์” ด้วยบทบาทที่สำคัญและยาวนานต่อเนื่องกว่า 120 ปี ในการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกวัฒนธรรมไทย ผ่านการเป็นแหล่งรวบรวมและนำเสนอความรู้เกี่ยวกับศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของไทยสู่สายตาของชาวต่างประเทศ รวมถึงส่งเสริมการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในวงการวิชาการอย่างต่อเนื่อง และทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระดับประชาชนจากหลากหลายวัฒนธรรมและระดับสถาบันสู่สถาบันผ่านการเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนทางวิชาการระหว่างประชาชนไทยและชาวต่างประเทศ

“นายสมเถา สุจริตกุล” จากการเผยแพร่อัตลักษณ์ของไทยและความสามารถของศิลปินไทยผ่านผลงานด้านดนตรี ภาพยนตร์ และการประพันธ์นวนิยาย จนเป็นที่ยอมรับและชื่นชมอย่างกว้างขวางในนานาประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 50 ปี

“รางวัลการทูตสาธารณะ” เป็นรางวัลที่กระทรวงการต่างประเทศและมูลนิธิไทยตั้งขึ้นเมื่อปี 2565 เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคล กลุ่มบุคคล หรือองค์กร ทั้งสัญชาติไทยหรือต่างประเทศ ที่ได้สร้างชื่อเสียงแก่คนไทย ประเทศไทย และความเป็นไทย ในหมู่ชาวต่างประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งเพื่อสนับสนุนให้ผู้ได้รับรางวัลดำเนินกิจกรรมของตนต่อไป และเป็นแบบอย่างให้สาธารณชนได้เห็นว่า บุคคลทั่วไปหรือองค์กรใด ๆ ก็สามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานการทูตสาธารณะของไทยได้ ทั้งนี้ “การทูตสาธารณะ” หมายถึง การทูตภาคประชาชน ซึ่งเน้นการส่งเสริมความเข้าใจอันดีในระดับประชาชน เพื่อนำไปสู่มิตรภาพและความร่วมมืออันดี

รางวัลการทูตสาธารณะประกอบด้วย การจารึกชื่อบนถ้วยรางวัลที่มีชื่อว่า “Goodwill” หรือ “ความปรารถนาดี” และการจารึกชื่อบนผนังเกียรติยศที่จะแสดงอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศตลอดไป พร้อมประกาศนียบัตร และเงินรางวัล เพื่อเป็นทุนทรัพย์ในการสานต่อภารกิจต่อไป ทั้งนี้ ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับถ้วยจำลองไปครอบครอง

อนึ่ง ในปี 2565 นายแพทย์ สุนทร อันตรเสน เป็นผู้ได้รับรางวัลการทูตสาธารณะคนแรก และนางสาวโมรียาและเอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟสตรีชาวไทย เป็นผู้ได้รับรางวัลการทูตสาธารณะ ประจำปี 2566

“มูลนิธิไทย” เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2550 เพื่อดำเนินงานด้านการทูตสาธารณะ ผ่านการส่งเสริมความร่วมมือและไมตรีจิตระหว่างชาวไทยและนานาประเทศ..