สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ว่า กลุ่มฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม (เอชทีเอส) ออกแถลงการณ์ ว่า อาบู โมฮัมเหม็ด อัล-โจลานี ผู้นำเอชทีเอส พบหารือกับนายโมฮัมเหม็ด อัล-จาลาลี นายกรัฐมนตรีซีเรีย เกี่ยวกับการจัดการเรื่องการถ่ายโอนอำนาจ และความราบรื่น รวมถึงความต่อเนื่องของหน่วยงานรัฐทุกแห่งในซีเรีย ในการให้บริการแก่ประชาชน


ทั้งนี้ เอชทีเอสและแนวร่วม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกองกำลังนักรบที่ฝักใฝ่ หรือได้รับความสนับสนุนจากตุรกี ประสบความสำเร็จจากปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ที่ใช้เวลายังไม่ถึงสองสัปดาห์ กระชับพื้นที่ในเมืองใหญ่ทุกแห่งของซีเรีย จนกระทั่งสามารถยึดกรุงดามัสกัสได้ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา


นอกเหนือจากเป็นการปิดฉากรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ซึ่งปกครองซีเรียตั้งแต่ปี 2543 และ “ระบอบอัสซาด” ที่ปกครองซีเรียมานานครึ่งศตวรรษ ตั้งแต่ยุคประธานาธิบดีฮาเฟซ อัล-อัสซาด บิดาของอัสซาด ปฏิบัติการของเอชทีเอสและพันธมิตร เท่ากับเป็นการทำให้สงครามกลางเมืองซีเรีย ซึ่งปะทุเมื่อเดือน มี.ค. 2554 “สิ้นสุดโดยปริยาย”


อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายเตือนว่า สถานการณ์นับจากนี้ยังคงเป็นไปด้วยความไม่แน่นอน เนื่องจากกบฏซีเรียยังมีอีกหลายฝ่าย และภาคเหนือของซีเรียเป็นฐานที่มั่นหลักของกองกำลังป้องกันตนเองชาวเคิร์ด ซึ่งมีความแตกต่างกันในทางเชื้อชาติและอุดมการณ์ อีกทั้งกลุ่มไอเอสและกลุ่มอัล-กออิดะห์ ยังคงกระจายตัวอยู่ในซีเรียด้วย


ด้านนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวถึงสถานการณ์ในซีเรียว่า “รู้สึกประหลาดใจ” ไม่ต่างจากทั่วโลก และมองว่า ช่วงเวลานับจากนี้ “ซับซ้อนและเปราะบาง” เนื่องจากซีเรียกำลังเผชิญกับภาวะไร้เสถียรภาพ

เกี่ยวกับกระแสข่าวที่แพร่สะพัด ว่าอัสซาดและครอบครัว เดินทางออกจากซีเรียมายังกรุงมอสโก และกำลังจะได้รับสถานะผู้ลี้ภัย เปสคอฟกล่าวว่า จะเป็นการตัดสินใจของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียเท่านั้น

เช่นเดียวกับฐานทัพขนาดใหญ่สองแห่งของรัสเซียในซีเรีย ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองตาร์ตุส และเมืองคเมมิม ทางตะวันตกของซีเรีย ซึ่งหลายฝ่ายกำลังจับตา ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ เปสคอฟกล่าวว่า “เป็นเรื่องที่ต้องหารือกับผู้มีอำนาจของซีเรียในอนาคต” แต่เน้นย้ำว่า “ความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัย” ของฐานทัพทั้งสองแห่ง “เป็นสิ่งที่รัสเซียให้ความสำคัญอย่างมาก”.

เครดิตภาพ : AFP