สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ว่า นายโฟลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนของยูเอ็น เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรับประกันความยุติธรรม หลังการล่มสลายของ “ระบอบอัสซาด” ซึ่งครองอำนาจด้วยการปราบปรามอย่างโหดร้ายมาหลายสิบปี และความขัดแย้งที่ไม่จบสิ้นนานเกือบ 14 ปี
“การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองใด ๆ ต้องทำให้แน่ใจว่า ผู้กระทำความผิดร้ายแรงต้องรับผิดชอบ และรับประกันว่า ผู้รับผิดชอบเหล่านั้นต้องได้รับโทษ” เติร์ก กล่าวกับผู้สื่อข่าวในเมืองเจนีวา
The people of #Syria are filled with hope & anxiety for the future.
— UN Human Rights (@UNHumanRights) December 9, 2024
A nationally owned political process that brings an end to suffering, & ensures truth, justice, reparation, healing & reconciliation is the only way forward. My Office is ready to support the transition process… pic.twitter.com/T7lZdcCqw7
เมื่อถูกถามว่า อัสซาดเป็นหนึ่งในผู้ที่ควรรับผิดชอบหรือไม่ เติร์กกล่าวย้ำถึงความจำเป็นในการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมกับทุกคนที่เชื่อได้ว่า พวกเขาก่ออาชญากรรมร้ายแรง ซึ่งรวมถึงอดีตประธานาธิบดีซีเรีย และใครก็ตามที่ดำรงตำแหน่งผู้นำระดับสูงของประเทศ
นอกจากนี้ เติร์กยังกล่าวว่า เขาสนับสนุนอย่างยิ่งให้ทางการซีเรียชุดใหม่ ให้สัตยาบันรับรองกฎหมายของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) หรือศาลอาญาโลก เพื่อปูทางให้ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษ ตลอดจนเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างระบบกฎหมายภายในประเทศ ซึ่งช่วยทำให้เกิดการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม
“การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างกะทันหันในซีเรีย นำมาซึ่งความหวังว่า สิ่งนี้จะเป็นโอกาสสำหรับประเทศ ในการสร้างอนาคตบนพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ และความยุติธรรม ซึ่งการปฏิรูปกลไกความมั่นคง จะเป็นกุญแจสำคัญ” เติร์ก กล่าวทิ้งท้าย.
เครดิตภาพ : AFP



