หลายคนยังคงรอคอยปาฏิหาริย์และติดตามข่าวอาการป่วยไข้เลือดออกของนักร้องและนางเอกลิเกคนดัง “วิ-วิรดา วงศ์เทวัญ” น้องสาวของพระเอกลิเกดัง “กุ้ง-สุธิราช วงศ์เทวัญ” กันอย่างมากมาย หลังอาการของน้องวิรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรายังไม่ฟื้นเป็นเวลากว่า 8 เดือนแล้ว ซึ่งแฟนๆ และครอบครัวก็พากันส่งกำลังใจให้ตลอด

อีกทั้งเมื่อช่วงเดือน พ.ย. กุ้ง สุธิราช ยังโดนโจรแอบยกเค้าบ้านของตนเอง ซึ่งได้โพสต์สภาพของบ้าน หลังจากที่โดนรื้อจนข้าวของกระจาย แถมคนร้ายลอบเข้าไปขโมยทรัพย์สินในบ้าน และที่สำคัญเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วถึง 4 ครั้ง ตามที่ข่าวเคยนำเสนอไปแล้วนั้น
ด่วน! โจรปีนบ้านยกเค้า ‘กุ้ง สุธิราช’ 4 ครั้งติด รื้อค้นทรัพย์สินหายไปเพียบ
ล่าสุดในงานแถลงข่าวกิจกรรมโหมโรงลิเกการกุศล ตามโครงการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” กุ้ง สุธิราช ได้อัปเดตอาการของน้องสาว ซึ่งก็ยังหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นโดย กุ้ง สุธิราช ได้เผยว่า
“สำหรับอาการป่วยของน้องสาวตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิมครับ ยังคงไม่รู้สึกตัว ยังนอนอยู่โรงพยาบาลครับ ปลายปีนี้ก็จะครบ 1 ปีเต็ม ก็เฝ้ารอปาฏิหาริย์ครับ ยังรออยู่ ก็ยังมีความหวังเล็กๆ ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่มีการสื่อสารอะไรออกมา ให้เราได้เห็นชัดเจนว่าดีขึ้น ก็ยังทรงๆ ส่วนจิตใจคนในครอบครัวทุกคนก็ยังสู้นะ ยังรอคอยความหวังอยู่แหละ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็อยู่กับความเป็นจริง ในส่วนตัวของผมเอง ก็อยู่กับความเป็นจริง ก็ต้องยอมรับให้ได้ในทุกแบบ แต่ก็พยายามให้กำลังใจคนในครอบครัว ให้กำลังใจญาติพี่น้อง คุณแม่นี่ก็คือคนสำคัญที่ต้องให้กำลังใจมากๆ ซึ่งในระยะเวลาเกือบ 1 ปี น้องยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ร่างกาย หน้าตา ยังเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร เพียงแต่ว่าสมองยังไม่ทำงาน ไม่ซูบผอมลง ค่อนข้างปกติมากๆ เหมือนนอนหลับ แล้วคือตอนนี้คุณหมอก็ไม่ได้ให้ความหวังอะไรมากครับ ก็คือรักษาไปตามอาการ พยายามไม่ให้ติดเชื้อ ไม่ให้มีอะไรที่มันหนักกว่านี้ ซึ่งก็อยู่แบบทรงๆ แต่ในเรื่องของสมองก็ยังคงนิ่งอยู่ ส่วนปาฏิหาริย์ที่เราหวังกัน ทางการแพทย์ก็คงไม่ได้ให้ความหวังอะไรขนาดนั้นครับ ก็ยังสู้ครับ ยังไหว้พระขอพรกันอยู่ หวังว่าปาฏิหาริย์มันจะเกิดขึ้นเล็กๆ น้อยๆ อีกทั้งครอบครัวเราตั้งใจจะรักษาไปตลอดเลยและยังคงดูแลรักษาน้องแบบเต็มที่ครับ เดี๋ยวดูว่าหลังจากนี้ ใกล้ครบประกันแล้ว อาจจะต้องย้ายอีก แต่ยังหาข้อสรุปกันอยู่ ซึ่งสิ้นปีนี้ประกันยังถึงอยู่ แต่ปีหน้าน่าจะต้องเริ่มใหม่ เพราะน่าจะครบแล้ว แต่ก็ต้องสู้กันแหละ ยังไงเราก็อยากให้ดูแลน้องให้ดีที่สุด ถ้าเกิดว่าหมดประกันแล้ว เบื้องต้นที่คุยกับทางประกัน เขาก็ต่อให้แหละครับ แต่ว่าต้องเว้นระยะประมาณ 90 วัน ในช่วง 90 นี้ เราก็ต้องดูแลกันเอง น่าจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายเยอะมาก ก็เตรียมไว้เท่ามีครับ สู้กันเต็มที่ ส่วนใหญ่น่าจะเป็นเรื่องจิตใจมากกว่าที่สำคัญ เพราะมันเกิดขึ้นรวดเร็วมาก จากเมื่อปีที่แล้ว จนมานี่จะชนปีแล้ว ก็ยังไม่เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็ยังทรงๆ อยู่ ได้แต่ภาวนา ได้แต่ให้กำลังใจกันกับคนที่ไปเฝ้า ถามว่าถอดใจไหม มันไม่ได้ถอดใจครับ อย่างน้อยเราได้เห็นน้องเราอยู่ทุกวัน ผมก็เอาตามความเป็นจริง ถ้าอะไรมันไม่ดีขึ้น มันก็ต้องเป็นไปตามนั้น ถ้ามันดีขึ้น เราก็จะได้เห็นกัน เพียงแต่ว่าเราดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง ถามว่าจะดูแลจนกว่าเขาจะไปด้วยตนเองใช่ไหม ก็คิดอยู่ว่าเราจะต้องดูแลกันไป”

“ที่ผ่านมาค่ารักษาพยาบาลตอนนี้ก็น่าจะหมด 10 กว่าล้านขึ้นแล้วครับ แต่ประกันเขาจะอยู่ที่ 15 ล้าน แล้วหลังจากนั้นก็ต้องมาดูแลกันเองก่อน ก็ต้องเตรียมกันแหละครับ หลังจากครบ 90 วัน ประกันที่ต่อให้ก็ไม่ได้มีข้อแม้อะไรเพิ่ม โชคดีที่เขาก็เหมือนเดิมครับ 15 ล้านครับ หลายคนเป็นห่วงคุณแม่ อายุมากแล้วแต่ก็ต้องมาเฝ้าลูก ซึ่งเขาก็เต็มที่ที่สุดแล้วครับคุณแม่ เราพยายามบอกเขาว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ถามว่าเรารักไหมห่วงไหม เราก็รักน้องที่สุด แม่ก็แน่นอนอยู่แล้ว ก็ทำให้เต็มที่ที่สุด แม่มีเวลาก็ต้องไปเฝ้า แต่ก็ไม่ได้ให้อยู่ตลอดเวลาทุกวันนะ บางทีผมไปงาน ก็พาคุณแม่ไปด้วย เพื่อที่จะให้เขาได้ออกมาข้างนอก ได้มีรีแล็กซ์บ้าง แต่ผมว่าเขามีความหวังอยู่ตลอดเวลา ที่ไหนบอกมาเขาก็รู้สึกว่าเออ มันน่าจะได้นะ น่าจะช่วยได้ ก็หวังพึ่งเพื่อให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นตลอด ซึ่งเราก็ได้แต่บอกกับแม่ ให้แม่อยู่กับความเป็นจริง อยู่กับสิ่งที่เห็นว่าเป็นยังไง ดีขึ้นหรือไม่ดีขึ้น คนอื่นมองไม่เห็นเท่าเราเห็น เพราะเราอยู่ใกล้ชิดที่สุด เพราะฉะนั้นคนอื่นที่บอกว่าจะดีภายใน 3 วัน 7 วัน เราเชื่อเขาไม่ได้ ก็รับฟัง แต่ไม่ได้ปฏิเสธ เพียงแต่ว่าเราเชื่อคุณหมอ แล้วก็พยายามดูแลกันมากกว่า คือมีคนเอาดวงไปดูให้หลายที่ เขาก็จะให้ความหวัง มาช่วย คือถามว่ากลัวโดนหลอกไหม ก็คงไม่มีในเรื่องของทรัพย์สินเงินทอง ที่จะต้องมาทำเท่านี้น้องถึงจะฟื้น เพราะเราก็จะคอยดูอยู่ บอกแม่ว่าอันไหนที่เราทำแล้วสบายใจ หรือเราหวังว่ามันจะดีขึ้นก็ทำ แต่ไม่ใช่ว่าเราไปทุ่มเทเสียเงินเสียทอง โดยที่เราก็ไม่รู้ว่าผลมันจะเป็นยังไง ดูจากความเป็นจริงมากกว่า ฝากถึงแฟนๆ ที่เป็นห่วง ก็ขอบคุณทุกๆ กำลังใจครับ ที่มีมาให้ตลอด 1 ปีเต็มๆ ผมว่าน้องก็คงรับรู้ได้ ส่วนคนในครอบครัวเราก็รับอยู่แล้ว ขอบคุณทุกๆ กำลังใจ ที่ส่งมาให้ เราก็พยายามทำหน้าที่แทนน้องให้ดีที่สุด ก็ยังหวังแหละ ยังไงก็ยังหวังให้มีปาฏิหาริย์เล็กๆ น้อยๆ อย่างน้อยมากที่สุด ก็คือให้อยู่ในสภาพนี้ ให้เราได้ดูแลน้อง”

อีกทั้ง กุ้ง สุธิราช ได้เผยถึงความคืบหน้าของคดีความโจรย่องขึ้นขโมยของที่บ้าน จ.สิงห์บุรี ว่า “สำหรับเรื่องที่โจรขึ้นบ้านตอนนี้เราก็แจ้งความไว้เรียบร้อยแล้ว ก็ได้คุยทางคนเช่าบ้านไปแล้วแหละ ก็คือฝรั่งที่เคยมาเช่าบ้านไว้แล้วเขาก็ออกไป ซึ่งเขาก็ไม่ได้มีอะไรติดค้าง ส่วนเรื่องค่าเช่าก็ได้หักกับค่ามัดจำแล้วเรียบร้อย เขาก็ได้ออกจากบ้านไปแล้ว แต่ในส่วนของคดีมันก็เกิดจากโจรนี่แหละ ซึ่งตอนนี้เรากำลังติดตามอยู่และก็ยังไม่เจอ สำหรับความคืบหน้าตอนนี้ก็ยังเงียบๆ อยู่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาสืบพยานหลักฐานต่างๆ แต่ด้วยความที่มันไม่ได้เห็นจากกล้องวงจรปิดโดยตรง เพราะว่าตอนที่เปลี่ยนผู้เช่ากล้องวงจรปิดก็ไม่ได้ใช้ แต่ในละแวกใกล้ๆ เราก็ไม่แน่ใจว่ามีตรงไหนบ้างที่จะพอสืบถามได้ แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นคนเดิมๆ ที่เคยมาขึ้น แต่รอบนี้หนักที่สุด เพราะว่ามาเหมือนมีเวลา เราก็เข้าใจว่าเหมือนมีคนอยู่แต่จริงๆ ไม่มีคนอยู่ เขาก็เข้ามาชิลเลย งัดคอมเพรสเซอร์แอร์ร้อน งัดออกมาเละเทะ เอาเฉพาะส่วนสำคัญไป เอาทองแดงไป ตู้คอนโทรลที่อยู่ในบ้านเขาก็ตัดสายไฟไป คืออันไหนที่เอาไปได้เอาไปก่อน และพร้อมที่จะกลับมาขนอีกรอบ ซึ่งความเสียหายก็น่าจะประมาณ 3 แสน 4 แสน เพราะว่าเราก็ไม่ได้เอาของที่สำคัญไว้ที่บ้านมากมาย แต่ว่าเขาก็เอาพวกโต๊ะ ตู้ เตียง และมีทีวีด้วย คิดว่าน่าจะต้องกลับมาติดกล้องวงจรปิดแล้วครับ (หัวเราะ) ส่วนตอนนี้ก็ให้คนเข้ามาทำความสะอาดบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่คิดว่าไม่น่าจะเอาของมีค่าทิ้งไว้แล้วแหละ คงจะเอาไปไว้ที่อื่น แต่เราก็ยังตามอยู่นะครับ (ยิ้ม)”



ขอขอบคุณภาพประกอบจาก kung_suthirat, virada_wongtewan



