แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอโชคสองชั้น เมื่อ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) สั่งแบน แฮร์รี แม็กไกวร์ เซนเตอร์แบ๊กจอมเก๋า เพิ่มอีกหนึ่งนัดด้วยข้อหาประพฤติไม่เหมาะสมจากการตะโกนด่าผู้ตัดสินที่ 4 หลังโดนใบแดงในเกมกับ บอร์นมัธ เมื่อเดือนมี.ค. ส่งผลให้เจ้าตัวจะหมดสิทธิลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีก นัดบุกไปเยือน เชลซี วันเสาร์นี้แน่นอนแล้ว

เดิมที แม็กไกวร์ ติดโทษแบนหนึ่งนัดจากการโดนใบแดงในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปเสมอ บอร์นมัธ 2-2 ที่สนาม ไวทาลิตี สเตเดียม ทว่าขณะเดินออกจากสนาม กองหลังวัย 33 ปี กลับแพ้เสียในหัว และตะโกนด่าทอ แมตต์ ดอนนาฮิว ผู้ตัดสินที่ 4 กระทั่งโดน เอฟเอ ลงดาบด้วยการสั่งแบนเพิ่มอีกหนึ่งนัด พร้อมปรับเงินอีก 30,000 ปอนด์ (ราว 1.3 ล้านบาท)

ตามรายงานที่ ดอนนาฮิว เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้ เอฟเอ ระบุว่า “ขณะที่ แม็กไกวร์ เดินออกจากสนาม เขาเดินตรงเข้ามาหาผม และตะโกนใส่ว่า “คุณมันตัวตลก พวกคุณทุกคนมันตัวตลกชัดๆ”

อย่างไรก็ตาม แม็กไกวร์ ได้เขียนแย้งไปในการยื่นอุทธรณ์ว่า เขาแค่พูดบางอย่างลอย ๆ ขึ้นมา โดยไม่ได้ต่อว่า ดอนนาฮิว หรือ ทีมงานผู้ตัดสินคนไหนทั้งสิ้น “ตอนผมเดินออกจากสนามหลังโดนไล่ออก ผมพูดออกไปว่า “มันโคตรตลกเลย” ผมแน่ใจว่า ผมไม่ได้เรียกผู้ตัดสินที่ 4 หรือ ผู้ตัดสินคนไหนว่า ตัวตลก หรือ ใช้คำพูดในเชิงดูหมิ่นพวกเขาเลย”

กระนั้น คำแก่ต่างของ แม็กไกวร์ ก็ฟังไม่ขึ้นกระทั่งโดน เอฟเอ สั่งแบนเพิ่มอีกหนึ่งนัด รวมเป็น 2 นัดจนชวดลงสนามในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด คาบ้าน 1-2 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และกำลังจะพลาดอีกหนึ่งนัดในเกมที่ เรด เดวิลส์ จะบุกไปเยือน เชลซี สุดสัปดาห์นี้

เมื่อไม่มี “แม็กไกวร์” แถม “ลิชา” ก็ติดโทษแบน “ผีแดง” จะจัดแนวรับอย่างไร

จากการโดนสั่งแบนเพิ่มอีกหนึ่งนัดของ แม็กไกวร์ และจากการที่ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ มีแนวโน้มจะติดโทษแบนในเกมกับ เชลซี เช่นกัน หลังโดนไล่ออกจากการไปดึงผม โดมินิก คัลเวิร์ต ลูวิน ในเกมแพ้ ลีดส์ คาบ้านทำให้ ไมเคิล คาร์ริค ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด มีโจทย์สุดหินให้ต้องแก้อีกครั้งเมื่อต้องตัดสินใจเลือกว่า จะส่งใครลงเล่นเป็นคู่เซนเตอร์แบ๊กตัวจริงในเกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์

หาก คุณปลัด ไม่คิดอะไรมาก ตัวเลือกในการแก้ปัญหาที่ชัดเจนที่สุดก็คือการส่ง 2 เซนเตอร์แบ๊กดาวรุ่งอย่าง เลนี โยโร และ เอย์เดน เฮฟเวน ลงมาคุมแนวรับมันเสียเลย

ทว่าการทำอย่างนั้นนับเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงไม่น้อยเพราะถึงแม้ โยโร วัย 20 ปี และ เฮฟเวน วัย 19 ปี จะได้รับการยกย่องว่า เป็นเซนเตอร์แบ๊กอนาคตไกล แต่ยามนี้พวกเขายังดิบ และอ่อนประสบการณ์เกินไป โดยเฉพาะกับการลงเล่นในเกมบิ๊กแมตช์ และมีเดิมพันสูงกับ เชลซี ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในการลุ้นตั๋ว แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ แมนฯ ยูไนเต็ด

นอกจาก โยโร และ เฮฟเวน แล้ว คาร์ริค ยังมีตัวเลือกอื่น และเป็นตัวเลือกที่มีประสบการณ์มากกว่าอยู่เช่นกัน นั่นคือ ลุค ชอว์ และ นุสแซร์ มาซราวี ที่มักจะได้ลงเล่นเป็นเซนเตอร์แบ๊กบ่อยครั้งในระบบหลัง 3 ของ รูเบน อโมริม

ขณะที่อีกหนึ่งตัวเลือกที่มีความเป็นไปได้ก็คือ กาเซมิโร ที่เคยถูกถอยลงไปเล่นเป็นเซนเตอร์แบ๊กจำเป็นในยามฉุกเฉินมาแล้ว แต่ด้วยความเชื่องช้า และไม่คล่องตัวของ คุณเกษมวิโรจน์ ทำให้เขาอาจจะกลายเป็นบ่อน้ำมันได้เลย หากถูกจับลงเล่นเป็นปราการหลังตัวกลางในเกมที่ เดอะ บริดจ์ จริง

อีกทั้ง คาร์ริค เองก็ดูจะไม่อยากใช้ กาเซมิโร ในตำแหน่งนี้เท่าไรนัก เมื่อมองจากการที่เขาสั่งให้ มานูเอล อูการ์เต ถอยลงไปเล่นเป็นเซนเตอร์แบ๊กในเกมกับ ลีดส์ หลังจากการโดนไล่ออกของ มาร์ตีเนซ

ดังนั้นจึงมีความเป็นได้ว่า คาร์ริค อาจจะเลือกส่ง โยโร ยืนเป็นเซนเตอร์แบ๊กคู่กับ ชอว์ แล้วส่ง ดีโอโก ดาโลต์ ลงเล่นเป็นแบ๊กซ้าย โดยมี มาซราวี ประจำการในตำแหน่งแบ๊กขวา เพื่อใช้ประสบการณ์ของ ชอว์ คอยช่วยประคอง โยโร

แต่ถ้า คาร์ริค ใจกล้าหน้าทนพอ เราก็อาจจะได้เห็นคู่เซนเตอร์แบ๊กดาวรุ่งอย่าง โยโร และ เฮฟเวน ออกสตาร์ตพร้อมกัน ซึ่งบอกได้เลยว่า งานนี้ถ้าไม่เกิดก็อาจจะดับได้เลย.