สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์ในซีเรีย ซึ่งกองกำลังฝ่ายต่อต้านที่มีความเชื่อมโยงกับตุรกี สามารถโค่นอำนาจรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ซึ่งปกครองประเทศยาวนานถึง 2 ทศวรรษ และถือเป็นการสิ้นสุดสงครามกลางเมืองในซีเรียที่ยืดเยื้อตั้งแต่ปี 2554 โดยปริยาย ว่าตุรกี “เป็นประเทศที่ฉลาด” เพราะสามารถยึดครองซีเรียได้ “โดยตุรกีไม่สูญเสียเลือดแม้แต่หยดเดียว”


ว่าที่ผู้นำสหรัฐกล่าวต่อไปว่า ตุรกีเป็นประเทศที่มีกองทัพขนาดใหญ่และทรงพลัง และเขา “คุ้นเคยดี” กับประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี


ด้านรัฐบาลตุรกียังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับคำกล่าวของทรัมป์ อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า นับตั้งแต่สงครามกลางเมืองในซีเรียเปิดฉาก ตุรกีสนับสนุนกองกำลังฝ่ายต่อต้านหลายกลุ่ม และให้สถานะผู้ลี้ภัยกับนักการเมืองฝ่ายค้านของซีเรียหลายคน แต่ในเวลาเดียวกัน รัฐบาลอังการาเป็นประเทศซึ่งดูแลผู้ลี้ภัยชาวซีเรียมากที่สุดด้วย


ขณะที่นายยาซาร์ กูเลอร์ รมว.กลาโหมตุรกี กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่ารัฐบาลอังการาพร้อมมอบ “ความสนับสนุนทางทหารที่จำเป็น” ให้แก่กองกำลังของรัฐบาลเปลี่ยนผ่านซีเรีย หากอีกฝ่ายประสานงานมา


นอกจากนี้ ตุรกีกลับมาเปิดสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงดามัสกัส เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หรือ 2 วัน หลังหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของประเทศเดินทางเยือนกรุงดามัสกัส

แม้ตุรกียืนกรานมาตลอด ว่าไม่ได้สนับสนุน กลุ่มฮายัต-ตาห์รีร์-อัล-ชาม (เอชทีเอส) ที่เป็นแกนนำของฝ่ายกบฏในการโค่นอำนาจรัฐบาลอัสซาด แต่หลายฝ่ายเชื่อว่า ตุรกีมอบความสนับสนุนให้แก่เอชทีเอสและแนวร่วมมาตลอด “โดยไม่จำเป็นต้องประกาศอย่างเป็นทางการ”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES