ในฤดูหนาวของทุกปี คนงานหลายสิบคนจะบุกฝ่าอุณหภูมิติดลบ เพื่อขุดน้ำแข็งจากแม่น้ำซงฮวา และส่งมันไปยังเมืองฮาร์บิน เมืองเอกของมณฑลเฮย์หลงเจียง ก่อนนำไปประกอบเป็นบล็อกก่อสร้างสำหรับประติมากรรมขนาดมหึมา ซึ่งเป็นจุดเด่นของงาน “Ice and Snow World” หรือ “โลกน้ำแข็งและหิมะ” เทศกาลประจำปีที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายหมื่นคน
ทว่าในปีนี้ ฤดูใบไม้ร่วงที่อุ่นขึ้น ทำให้แม่น้ำแข็งตัวช้าลง และผืนน้ำแข็งก็บางกว่าปกติด้วย
“โดยปกติแล้ว ในช่วงเวลานี้น้ำแข็งมักจะมีความหนา 57 หรือ 58 เซนติเมตร แต่ในปีนี้ น้ำแข็งมีความหนาแค่ประมาณ 44 หรือ 45 เซนติเมตรเท่านั้น” นายฮวง หวู่ วัย 52 ปี ซึ่งทำงานเก็บเกี่ยวน้ำแข็งมานาน 20 ปี กล่าว

ฮวง และทีมของเขา สวมเสื้อชูชีพสีส้ม และรองเท้าบู๊ตที่ยาวถึงหัวเข่า ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบบนพื้นผิวที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ โดยมีชายคนหนึ่งคอยตะโกนนับเลข ขณะที่พวกเขาขุดแผ่นน้ำแข็งที่มีความยาว 1.6 เมตรพอดี
ทีมคนงานตัดน้ำแข็ง ได้รับค่าจ้างประมาณ 2 หยวน (ราว 9 บาท) ต่อน้ำแข็ง 1 ก้อน และพวกเขาสามารถขุดน้ำแข็งได้มากถึง 2,700 ก้อน ในช่วงเวลาทำงานแสนทรหดนาน 16 ชั่วโมง ซึ่งฮวง กล่าวเพิ่มเติมว่า พวกเขาจะแบ่งรายได้กันอย่างเท่าเทียม
แม้ก้อนน้ำแข็งที่ขุดได้จะมีคุณภาพสูง แต่ฮวงระบุว่า การขาดแคลนน้ำแข็งทำให้รายได้ของเขาในฤดูหนาวปีนี้ลดลง เพราะยิ่งก้อนน้ำแข็งหนา เงินที่ได้ก็จะมากขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ ก้อนน้ำแข็งทั้งหมดจะถูกส่งตรงไปยังพื้นที่จัดงานเทศกาล ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาทีด้วยรถยนต์
โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประติมากรรมที่เกิดจากการแกะสลักน้ำแข็งและหิมะ มีรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น พระราชวังที่สูงตระหง่าน, เกล็ดหิมะสามสี และแบบจำลองกองทัพทหารดินเผาอันเป็นเอกลักษณ์ของจีน ซึ่งผลงานทั้งหมดล้วนได้รับการประดับด้วยแสงไฟสีสันสดใสในตอนกลางคืน
สำหรับนักท่องเที่ยวหลายคน อากาศเย็นยะเยือกอาจทำให้รู้สึกหนาวไปถึงกระดูก แต่คนในท้องถิ่นกลับรู้สึกว่า อากาศยังคงอบอุ่นไม่เข้ากับฤดูกาล

ฮวงกล่าวว่า อุณหภูมิตอนกลางวันในเมืองฮาร์บิน มักจะอยู่ที่ประมาณ -20 องศาเซลเซียส เมื่อถึงช่วงเวลานี้ของปี แต่เมื่อไม่นานมานี้ อากาศหนาวจัดมีเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม อากาศที่อุ่นขึ้นก็ช่วยบรรเทาความหนาวเย็นให้กับใครหลายคนได้เป็นอย่างดี
อนึ่ง การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทำให้เกิดความร้อนสุดขั้วในหลายพื้นที่ของโลกในปีนี้ และหน่วยงานเฝ้าระวังด้านสภาพอากาศของยุโรป ก็ระบุว่า ปี 2567 มีแนวโน้มที่ค่อนข้างแน่นอน ว่าจะเป็นปีที่ร้อนที่สุด เท่าที่เคยมีการบันทึกมา.



