จํากัดความเร็วไม่เกิน 60 กม.ต่อ ชม. บนถนนทุกสายในเขตกรุงเทพฯ ยกเว้น 13 ถนน ดังนี้ 1.ถนนวิภาวดีรังสิต 2.ถนนบางนา-ตราด 3.ถนนศรีนครินทร์ 4.ถนนพหลโยธิน 5.ถนนรามอินทรา 6.ถนนราชพฤกษ์ 7.ถนนบรมราชชนนี 8.ถนนกัลปพฤกษ์ 9.ถนนร่มเกล้า 10.ถนนสุวินทวงศ์ 11.ถนนแจ้งวัฒนะ 12.ถนนพระรามที่ 3 และ 13.ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า เพื่อลดอุบัติเหตุ ทางถนนบริเวณพื้นที่แหล่งชุมชนและสถานที่ราชการสําคัญ
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า การกำหนดอัตราความเร็วรถ ไม่เกิน 60 กม.ต่อ ชม.นั้น ถือเป็นเรื่องดี และเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นเพื่อลดอุบัติเหตุ และสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน แต่ก่อนใน กทม. จำกัดอัตราความเร็วรถอยู่ที่ไม่เกิน 80 กม.ต่อ ชม. หลายคนจึงอาจยังไม่เข้าใจคิดว่าจำกัดความเร็วลดลงจะให้ให้รถติดมากขึ้น แต่ความจริงแล้วเรื่องของรถติดมีหลายปัจจัยและก็มีในบางช่วงเวลาที่รถไม่ติด

“ทั้งนี้ การขับรถด้วยความเร็วเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต ซึ่งหากลดความเร็วลงเหลือ 60 กม.ต่อ ชม. จะลดโอกาสเสียชีวิตลงได้ ถึง 3 เท่า โดยในอนาคตจะใช้เทคโนโลยี กล้องตรวจจับมาช่ยในเรื่องของบทลงโทษออกใบสั่งให้เหมือนในต่างประเทศ”
ผู้ว่าฯ กทม. ยังระบุอีกว่า เรื่องลดอุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องง่ายต้องมีหลายปัจจัยร่วมกัน ที่ผ่านมา กทม. ปรับปรุงมาตรการหลายอย่างเพื่อความปลอดภัยท้องถนน เช่น เพิ่มไฟฟ้าแสงสว่าง กว่า 90,000 ดวง ปรับปรุงทางม้าลายให้ชัดเจนขึ้น กว่า 1,000 แห่ง ปรับจุดเสี่ยงอุบัติเหตุในกรุงเทพฯ กว่า 100 จุด ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในกรุงเทพฯ ลดลงถึงร้อยละ 9 อัตราการตายในระดับประเทศลดลง ร้อยละ 1 แสดงให้เห็นว่า กทม. เดินมาถูกทางแล้ว

เชื่อว่าการจำกัดความเร็วนี้ จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ อาจจะไม่ได้แก้ปัญหาการจราจรติดขัดโดยตรง แต่แก้ปัญหาผู้เสียชีวิตจากความเร็ว ลดอุบัติเหตุ ช่วยเศรษฐกิจประเทศ อย่างไรก็ตาม ในอนาคต กทม. อาจจำกัดให้ความเร็วให้ต่ำลงอีกในพื้นที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน ชุมชน เพื่อลดอุบัติเหตุและลดความเสียหายจากการสูญเสียด้วยอุบัติเหตุ
อย่างไรก็ตามมีข้อมูลระบุว่า ประเทศที่กำหนดความเร็วในเขตเมืองต่ำสุด คือฟิลิปปินส์ อยู่ที่ 40 กม.ต่อ ชม. และสูงสุดคือมาเลเซีย อยู่ที่ 90 กม.ต่อ ชม. โดยอัตราการเสียชีวิต (Fatality Risk) เทียบความแรงกระแทกจากการชน พบว่า การใช้ความเร็วที่ 60 กม.ต่อ ชม. มีโอกาสเสียชีวิตประมาณร้อยละ 20 หากใช้ความเร็ว 80 กม.ต่อ ชม. มีโอกาสเสียชีวิตประมาณร้อยละ 60 ปัจจุบันการใช้ความเร็วเฉลี่ยบนถนนในกรุงเทพฯ กำหนดขีดจำกัดความเร็วที่ 80 กม.ต่อ ชม. แต่สำรวจพบว่าส่วนใหญ่ใช้ความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน 50 กม.ต่อ ชม.

ขณะที่นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุถึงแนวโน้มของสาเหตุที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิต ช่วงปี พ.ศ. 64-67 ว่า 1.จำนวนผู้เสียชีวิตจากสาเหตุการดื่มแล้วขับ โดยรวมมีแนวโน้มลดลงในช่วงเวลาดังกล่าว แต่กลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปีนี้ แสดงให้เห็นว่า แม้สถานการณ์จะดูเหมือนดีขึ้นแต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังและป้องกันอย่างเข้มงวด

2. จำนวนผู้เสียชีวิตจากสาเหตุการใช้ความเร็วเกินกำหนด โดยรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงปี 64-66 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 66 มีผู้เสียชีวิตจาก พฤติกรรม “ขับเร็ว” สูงถึง 268 ราย แต่มีแนวโน้มจะลดลงในช่วงปี 67 โดยลดลงเหลือ 165 ราย สะท้อนให้เห็นว่า แม้ความพยายามในการป้องกันจะเริ่มเห็นผล แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่อง และ 3. จำนวนผู้เสียชีวิตจากสาเหตุการฝ่าฝืนกฎจราจร โดยรวมมีแนวโน้มคงที่ การ “ฝ่าสัญญาณไฟจราจร” เป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่พบมากที่สุด สะท้อนถึงการไม่เคารพกฎและมักนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรง นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ขับเร็ว แซง เลี้ยวตัดหน้าเปลี่ยนเลนกะทันหัน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้นเช่นกัน.
ทีมข่าวชุมชนเมืองรายงาน



