สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ว่า นโยบายใหม่ภายใต้กฎระเบียบ ที่ผ่านโดยอดีตประธานาธิบดีโจโค วิโดโด และประกาศใช้โดย พล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซียคนปัจจุบัน ทำให้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศถูกปรับขึ้น 12% จากเดิมที่ 11% ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2565

ในการแถลงข่าว พล.ท.ปราโบโว ประกาศว่า การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มครั้งนี้ จะมีผลกับสินค้าและบริการฟุ่มเฟือยเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว, เรือสำราญ, เรือยอชท์ และบ้านหรู

“สำหรับสินค้าและบริการที่ใช้โดยประชาชนทั่วไป ยังคงได้รับการยกเว้นจากการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งรวมถึงสินค้าพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ข้าว, เนื้อสัตว์, ปลา, ไข่, ผัก, นมสด, บริการด้านการศึกษา, บริการสุขภาพ, ระบบขนส่งสาธารณะ, ที่อยู่อาศัยที่ไม่หรูหรา และน้ำดื่ม” พล.ท.ปราโบโว กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ การประกาศข้างต้นถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าประหลาดใจจากรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ตั้งใจที่จะปรับขึ้นภาษีสินค้าและบริการทั้งหมด โดยไม่คำนึงมูลค่า ยกเว้นสินค้าจำเป็นบางอย่าง เช่น ข้าว, น้ำตาล และไข่ ซึ่งแผนการก่อนหน้าทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ทั่วประเทศ เนื่องจากมีความกังวลว่า นโยบายของรัฐบาลจะทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง

อย่างไรก็ตาม พล.ท.ปราโบโว ยืนยันว่า นโยบายภาษีนี้ได้รับการออกแบบมา เพื่อให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนชาวอินโดนีเซีย และสร้างความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม ซึ่งจะไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกำลังซื้อของพวกเขา

ขณะที่ผู้สันทัดกรณีหลายคนระบุว่า การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มกับสินค้าและบริการฟุ่มเฟือยเท่านั้น จะเป็น “การตัดสินใจที่ยุติธรรม” และคาดว่าแนวทางดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อชนชั้นกลางและชนชั้นล่าง อีกทั้งยังสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ.

เครดิตภาพ : AFP