เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ เขตบางพลัด นายศุภกฤต บุญขันธ์ รองปลัด กทม. เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับงานด้านเทศกิจ กิจกรรมที่ 2 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการปรับเป็นพินัย โดยมีนายอนุชิต พิพิธกุล ผอ.สำนักเทศกิจ ผู้บริหารสำนักเทศกิจ ผู้บริหารสำนักงานเขต ร่วมพิธี

รองปลัด กทม. กล่าวว่า กฎหมายเป็นเสมือนกรอบที่กำหนดแนวทางและบรรทัดฐานในการดำเนินชีวิตของประชาชนในสังคม จึงย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมและบริบทของสังคม การพัฒนาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อสิทธิ หน้าที่ และเสรีภาพ ในการดำเนินชีวิตของประชาชน ข้าราชการกรุงเทพมหานครทุกสายงานถือเป็นบุคลากรที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง และมีบทบาทหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อดูแลความเรียบร้อยของประชาชน

ดังนั้น การพัฒนาด้านกฎหมายให้กับผู้ปฏิบัติภารกิจดังกล่าว จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะเป็นผลให้กรุงเทพมหานครเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย นำไปสู่การยกระดับคุณภาพในการดำรงชีวิต ตลอดจนสังคมและเศรษฐกิจของกรุงเทพหานคร ได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

“กรุงเทพมหานคร เป็นต้นแบบในการบริหารจัดการดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมเมืองในประเทศไทย การบังคับใช้กฎหมายจึงเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน ทำให้สังคมมีความสงบสุขได้” รองปลัด กทม. กล่าว

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของประเทศไทย ซึ่งมีประชากรผู้อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก และในปัจจุบันได้มีกฎหมายที่บัญญัติขึ้นใหม่ อาทิ พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 พ.ร.บ.จัดระเบียบการจอดรถในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2562 รวมถึงการพัฒนา ปรับปรุง และแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ส่งผลให้วิธีการดำเนินงานและการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐเปลี่ยนแปลงไป

เพื่อให้ข้าราชการ กทม. ผู้ปฏิบัติงานด้านเทศกิจและสายงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไป ได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มีความรู้ ความสามารถด้านกฎหมายที่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายในแต่ละพื้นที่ของกรุงเทพฯ มีประสิทธิภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

สำนักเทศกิจจึงได้จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับงานด้านเทศกิจ โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นข้าราชการ กทม. ที่กำหนดให้มีอำนาจในการปรับเป็นพินัย จากสำนักเทศกิจ และสำนักงานเขต จำนวน 518 คน.