เมื่อวันที่ 15 ม.ค. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการขับเคลื่อนโครงการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติ หรือ พิซา ซึ่งขณะนี้มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะความก้าวหน้าการขยายผลการอบรมการสร้างและพัฒนาข้อสอบตามแนวทางพิซาระดับเขตพื้นที่ จำนวน 245 เขตพื้นที่ 78 ห้องเรียน มีเป้าหมายจำนวนทั้งสิ้น 445,624 คน ลงทะเบียนทั้งหมด 188,042 คน อบรมเสร็จแล้ว จำนวน 62,489 คน ซึ่งพบ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีการดำเนินงานดังกล่าวได้ 100% คือ สพม.ฉะเชิงเทรา สพป.สมุทรสงคราม สพป.ตาก เขต 1 สพป.ยะลา เขต 3 ดังนั้นตนขอชื่นชมทุกเขตพื้นที่ที่เร่งขับเคลื่อนการยกระดับการสอบพิซาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยจากนี้ไปเรื่องการยกระดับผลคะแนนพิซาจะมอบหมายให้สภาการศึกษา (สกศ.) เข้ามาดำเนินการ
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ตนได้ติดตามการเนินงานเรื่องเด็กนอกระบบการศึกษาเชิงระบบ (Thailand Zero Dropout) โดยข้อมูลเด็กวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษาล่าสุด จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษา 1,025,514 คน ติดตามแล้ว 594,177 คน คิดเป็นร้อยละ 57.94 ยังไม่ได้ติดตาม 431,337 คน คิดเป็นร้อยละ 42.06 โดยในจำนวนนี้ มีเด็กการศึกษาภาคบังคับ ช่วงอายุ 6-15 ปี ตกหล่นจำนวน 442,962 คน ติดตามแล้ว 191,042 คน คิดเป็นร้อยละ 43.13 ยังไม่ได้ติดตาม 251,920 คน คิดเป็นร้อยละ 56.87 ซึ่งในการติดตามเหล่านี้เราต้องการมุ่งเป้ากลุ่มเด็กการศึกษาภาคบังคับให้กลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาให้ได้ และมั่นว่าในปีการศึกษาต่อไปยอดเด็กหลุดระบบการศึกษาจะต้องเป็นศูนย์ เพราะจากการเก็บข้อมูลเด็กหลุดระบบการศึกษาของหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีการจัดโครงการพาน้องกลับมาเรียนไปในหลายพื้นที่ ถือเป็นโครงการที่น่าชื่นชม โดยพบจังหวัดแม่ฮ่องสอนสามารถดำเนินการดึงเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ตามเป้าหมายด้วย อย่างไรก็ตามในการประชุมดังกล่าวได้หารือถึงการจัดงานวันเด็กแห่งชาติที่ผ่านมา ถือว่าทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมมือจัดกิจกรรมได้ประสบความสำเร็จ เป็นการจัดงานที่ใหญ่ขึ้นนำความสุขมาให้ถึงเด็กของเรา ดังนั้นได้มอบหมายให้ รมช.ศธ.ไปสรุปแผนงาน เพื่อวางแผนจัดงานในวันเด็กปีต่อไปให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม



