สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร นำสหรัฐออกจากการเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เนื่องจากเป็นองค์กรที่ “ยังคงทำตัวเป็นภาระ และเรียกร้องเงินสนับสนุนจากสหรัฐอย่างไม่เป็นธรรม”
ทั้งนี้ ทรัมป์เคยลงนามในคำสั่งแบบเดียวกันนี้มาแล้ว เมื่อปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 โดยให้เหตุผลว่า ดับเบิลยูเอชโออยู่ภายใต้อิทธิพลของจีน อย่างไรก็ตาม การที่กระบวนการพ้นจากสมาชิกต้องใช้เวลานานถึง 1 ปี จึงจะมีผลอย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้นำสหรัฐที่รับตำแหน่งต่อจากทรัมป์เวลานั้น คือประธานาธิบดีโจ ไบเดน สามารถใช้อำนาจยกเลิกคำสั่งดังกล่าวได้
REPORTER: You were president during covid. Don't you see the importance of an organization like the WHO to coordinate a global response?
— Aaron Rupar (@atrupar) January 21, 2025
TRUMP: I do, but not when you're being ripped off like we are by the world health pic.twitter.com/rv5uEtqvLJ
ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เลื่อนการแบนติ๊กต็อกออกไปอีกอย่างน้อย 75 วัน แม้กฎหมายซึ่งบัญญัติโดยสภาคองเกรส เมื่อปีที่แล้ว กำหนดให้ต้องมีผล เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา
???? President Trump signs an Executive Order to keep TikTok alive so that a deal can be reached pic.twitter.com/oPqrvSjaes
— Trump War Room (@TrumpWarRoom) January 21, 2025
กระนั้น อนาคตของติ๊กต็อกยังไม่แน่นอน เนื่องจากยังคงมีเงื่อนไขสำคัญ คือการที่บริษัทไบต์แดนซ์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่งของจีน และเป็นเจ้าของติ๊กต็อก ต้องขายกิจการในสหรัฐ
อนึ่ง ทรัมป์มีแนวคิดเกี่ยวกับ “ความเป็นเจ้าของแบบร่วมทุน” ระหว่างเจ้าของปัจจุบันกับเจ้าของใหม่ของติ๊กต็อก ซึ่งฝ่ายสหรัฐควรถือครองกรรมสิทธิ์ 50% ในกิจการร่วมค้านั้น ซึ่งติ๊กต็อกยังคงปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้.
เครดิตภาพ : AFP



