วานนี้ (27 ม.ค. 2568) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีของเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในออสเตรเลียที่จำเป็นต้องสั่งห้ามและจำกัดปริมาณการใช้น้ำของชาวเมืองหลังจากที่เกิดเหตุระบบปั๊มน้ำขัดข้องทั้งเมือง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองมังกินได ซึ่งตั้งอยู่ตรงชายแดนระหว่างรัฐนิวเซาท์เวลส์และควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ต้องเผชิญสถานการณ์ที่ต้องจำกัดการใช้น้ำอย่างฉับพลัน

สภาเทศมณฑลโมรีเพลนส์ซึ่งบริหารพื้นที่ที่เมืองมังกินไดตั้งอยู่ แจ้งเหตุด่วนต่อประชาชนว่าโรงบำบัดน้ำในเมืองกำลังประสบปัญหาปั๊มน้ำขัดข้อง และเพื่อรักษาปริมาณน้ำให้เพียงพอต่อการบริโภคในระยะยาว จึงต้องสั่งห้ามและจำกัดการใช้น้ำในระดับ 5 เป็นการชั่วคราว 

มาตรการดังกล่าวจะเป็นการขอร้องให้ครัวเรือนและธุรกิจหลีกเลี่ยงการใช้งานที่ไม่จำเป็นทั้งหมด ได้แก่ ห้ามรดน้ำในสวน ล้างรถ ฉีดน้ำผิวทางลาดยาง เติมน้ำในสระว่ายน้ำ นอกจากนี้ ชาวเมืองยังถูกขอให้อาบน้ำให้น้อยที่สุดโดยใช้เวลาแต่ละครั้งไม่เกิน 5 นาที 

อย่างไรก็ตาม ภาวะฉุกเฉินนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเกษตรเนื่องจากใช้แหล่งน้ำจากที่อื่น ส่วนการจำกัดน้ำจะยุติลงภายในเย็นวันนี้ (28 ม.ค. 2568) หากสามารถซ่อมแซมระบบปั๊มน้ำได้เรียบร้อยแล้ว

“ปั๊มน้ำที่เสียทำให้มีน้ำสกปรกไหลเข้าไปในถังเก็บน้ำใช้ ดังนั้นจึงไม่สามารถส่งน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำได้จนกว่าจะทำการระบายน้ำสกปรก ทำความสะอาด และเติมน้ำในถังเก็บน้ำนี้ใหม่” แดรีล ฟิตซ์เจอรัลด์ รักษาการประธานคณะผู้บริหารของสภาเทศมณฑลโมรีเพลนส์ กล่าว “จำเป็นต้องเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำมังกินไดไว้เพื่อใช้ภายในอาคารและใช้ในการดับเพลิงในกรณีฉุกเฉิน”

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้หลังจากมีเหตุฉุกเฉินในระบบท่อจ่ายน้ำหลักของเมือง ทำให้แรงดันน้ำในท่อต่ำ เมื่อรวมกับความต้องการใช้น้ำที่สูงและคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้สภาเทศมณฑลต้องออกประกาศ ขอร้องให้คนในท้องถิ่นจำกัดการใช้น้ำ 

ทั้งนี้ เมืองมังกินไดเป็นศูนย์กลางด้านการเกษตรของภูมิภาค มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 600 คน

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : PublicDomainPictures from Pixabay