สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่า นายเดวิด เมนเซอร์ โฆษกรัฐบาลอิสราเอล กล่าวกับนักข่าวว่า ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอเท่ากับกลุ่มฮามาส และอิสราเอลแสดงหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ต่อสาธารณะ ซึ่งบ่งชี้ว่ายูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มฮามาส รวมถึงเตรียมพร้อมที่จะตัดความสัมพันธ์กับหน่วยงานดังกล่าวในวันนี้ (30 ม.ค.)

“อิสราเอลขอชี้แจงอย่างชัดเจนว่า หากรัฐใดให้เงินทุนแก่ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ถือว่ารัฐนั้นมอบเงินสนับสนุนผู้ก่อการร้าย” เมนเซอร์ กล่าวเพิ่มเติม “ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ จ้างสมาชิกกลุ่มฮามาสมากกว่า 1,200 คน รวมถึงผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุสังหารหมู่เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่ความช่วยเหลือ แต่เป็นการสนับสนุนทางการเงินโดยตรงสำหรับการก่อการร้าย”

นอกจากนี้ อิสราเอล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลวอชิงตัน จะยุติการติดต่อกับยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เรียกเสียงประณามจากประเทศพันธมิตรของสหรัฐ ตลอดจนกลุ่มให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ

แม้สำนักงานและเจ้าหน้าที่ของยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ในอิสราเอล มีบทบาทสำคัญในการจัดหาบริการดูแลสุขภาพและการศึกษาให้กับชาวปาเลสไตน์ รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในฉนวนกาซา ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสงครามนาน 15 เดือน แต่หน่วยงานก็ปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐของอิสราเอลมาอย่างยาวนาน ซึ่งฝ่ายอิสราเอลกล่าวหาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ

ด้านนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แสดงความเสียใจต่อการตัดสินใจของอิสราเอล และเรียกร้องให้รัฐบาลเทลอาวีฟ ยกเลิกคำสั่งห้ามการดำเนินงานของยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ โดยเน้นย้ำว่า ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอเป็นหน่วยงานที่ “ไม่สามารถแทนที่ได้”.

เครดิตภาพ : AFP