สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ว่า หน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (ยูเอสเอด) ออกแถลงการณ์ ให้บุคลากรทุกภาคส่วนที่มาจากการจ้างงานตรงโดยยูเอสเอด ทั้งในและนอกสหรัฐ ยุติการปฏิบัติหน้าที่นับตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. แต่จะยังคงได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการตามปกติ “ในระหว่างนี้”


เงื่อนไขดังกล่าว ยกเว้นเฉพาะบุคลากรของยูเอสเอด ซึ่งได้รับมอบหมายให้ “ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญ” และภารกิจพิเศษ หรือเจ้าหน้าที่ระดับผู้บัญชาการ


แถลงการณ์ดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ไม่นาน หลังสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงานว่า ระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งตอนนี้ “เป็นผู้ดูแลชั่วคราว” ของยูเอสเอด สั่งให้มีการปิดสำนักงานทุกแห่งของยูเอสเอดที่อยู่ในต่างประเทศ และเรียกตัวเจ้าหน้าที่ของยูเอสเอดทุกคนที่ประจำการอยู่ในต่างประเทศ ต้องเดินทางกลับมายังสหรัฐ ภายในวันศุกร์ที่จะถึง


ขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการยูเอสเอด ยื่นหนังสือถึงสภาคองเกรส เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าอาจมีการโอนย้ายบางแผนกของยูเอสเอด ให้มาอยู่ภายใต้การบริหารของกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนที่เหลือจะยุบทิ้ง


สถานการณ์ที่ยูเอสเอดกำลังเผชิญ เกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และนายอีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษา กล่าวว่า ยูเอสเอดคือ “องค์กรก่อการร้าย” และใช้จ่ายงบประมาณไปกับ “เรื่องไม่จำเป็นมากมาย” ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา


ส่วนนายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของเทสลาและสเปซเอ็กซ์ ซึ่งตอนนี้มีฐานะเป็น “ลูกจ้างพิเศษ” ของทำเนียบขาว กล่าวว่า ยูเอสเอดคือ “รังของงูพิษฝ่ายซ้ายจัดที่มีความเกลียดชังต่ออเมริกา” และยืนยันว่า องค์กรแห่งนี้ต้องปิดตัว.

เครดิตภาพ : AFP