นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 30 มี.ค.-26 ต.ค. 68 จะเข้าสู่ช่วงตารางบินฤดูร้อน (Summer Schedule) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยจำนวนมาก จึงมอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนรองรับผู้โดยสารในทุกท่าอากาศยาน ทั้งของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ให้ได้ความรับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยสูงสุด เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทย

ทั้งนี้ได้รับรายงานจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เบื้องต้นว่า ได้จัดสรรเวลาการบินในตารางบินประจำฤดูร้อน ปี 2568 แล้ว ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีความสามารถในการรองรับเที่ยวบินเฉลี่ย 1,930 เที่ยวบินต่อวัน จัดสรรเที่ยวบินไปแล้วเฉลี่ย 1,202 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนโควิด-19 เมื่อปี 2562 ประมาณ 16.36% ส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง มีความสามารถในการรองรับเที่ยวบินเฉลี่ย 1,222 เที่ยวบินต่อวัน จัดสรรเที่ยวบินไปแล้วเฉลี่ย 745 เที่ยวบินต่อวัน ลดลงจากช่วงก่อนโควิด-19 เล็กน้อย คิดเป็น 2.74% ขณะที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ความสามารถในการรองรับเที่ยวบินเฉลี่ย 444 เที่ยวบินต่อวัน จัดสรรเที่ยวบินไปแล้วเฉลี่ย 240 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนโควิด-19 กว่า 17.65% ด้านท่าอากาศยานภูเก็ต มีความสามารถในการรองรับเที่ยวบินเฉลี่ย 424 เที่ยวบินต่อวัน จัดสรรเที่ยวบินไปแล้วเฉลี่ย 340 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนโควิด-19 ประมาณ 7.59%

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ขณะที่ ทย. ได้คาดการณ์จำนวนเที่ยวบินประจำฤดูร้อน 2568 รวมทั้งสิ้น 27,077 เที่ยวบิน แบ่งเป็น ภายในประเทศ 25,395 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 6.67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และระหว่างประเทศ 1,682 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 43.28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับจำนวนผู้โดยสารในช่วงตารางบินฤดูร้อน 2568 คาดว่าจะมีผู้โดยสารรวม 7,887,295 คน เพิ่มขึ้น 10.52% เมื่อเทียบกับตารางบินฤดูร้อน 2567 แบ่งเป็น ผู้โดยสารภายในประเทศ 7,424,738 คน เพิ่มขึ้น 8.27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และระหว่างประเทศ 462,557 คน เพิ่มขึ้น 65.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้สายการบินต่างๆ ยังเตรียมแผนเพิ่มเส้นทางบินใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการสะดวกมากขึ้น และมีราคาที่สมเหตุสมผลด้วย

นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานด้านการบินที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศ รองรับการให้บริการผู้โดยสารได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่ได้ตั้งเป้าหมายให้ติดอันดับ 1 ใน 20 ของโลกภายในระยะ 5 ปี ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องนโยบายของรัฐบาลที่ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาค ตามแผนการพัฒนาใน 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะสั้น (2567-2568) มีขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน 1.2 ล้านเที่ยวบิน สามารถรองรับผู้โดยสาร 180 ล้านคน, ระยะกลาง (2569-2571) ขยายความสามารถในการรองรับเที่ยวบินเพิ่มเป็น 1.4 ล้านเที่ยวบิน และเพิ่มการรองรับผู้โดยสารเป็น 210 ล้านคน และระยะยาว (ปี 2572-2580) จะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินเป็น 2.1 ล้านเที่ยวบิน รองรับผู้โดยสารได้ 270 ล้านคน และจะต้องติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศในทวีปเอเชียแปซิฟิก