นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย มาตั้งแต่เดือน พ.ย. 62 โดยมีเป้าหมายหลักคือ แก้ไขและป้องกันปัญหาข่าวปลอมที่มีผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบอย่างรวดเร็วทันท่วงที ก่อนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยตั้งแต่เดือน ธ.ค. 65 จนถึงปัจจุบัน โดยมีประชาชนเข้าถึงการแจ้งเตือนภัย แล้วมากกว่า 570 ล้านครั้ง แบ่งเป็น 2567 จำนวนเฉลี่ย 23.50 ล้านครั้ง/เดือน และปี 66 จำนวนเฉลี่ย 22.25 ล้านครั้ง/เดือน
“ปัจจุบันกระทรวงดีอี ได้ร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน รวมถึงสื่อมวลชน บูรณาการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายผู้ประสานงานกว่า 300 หน่วยงาน ที่ทำการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของข่าวสาร ที่ผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง เป็น 5 กลุ่มข่าว ได้แก่ 1.เรื่องนโยบายรัฐบาล ความสงบเรียบร้อยของสังคม และความมั่นคงภายในประเทศ 2.เรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย 3.เรื่องเศรษฐกิจ 4.เรื่องภัยพิบัติ และ 5.อาชญากรรมออนไลน์”
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายที่มีการทำข้อตกลงความร่วมมือร่วมกัน เช่น สมาคมธนาคารไทย 16 ธนาคาร เครือข่ายภาคสื่อมวลชนที่ช่วยเผยแพร่ข่าวปลอมที่เป็นกระแส มีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกองทุนสื่อปลอดภัยสร้างสรรค์ ที่จะร่วมกันประชาสัมพันธ์ข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบ โดยในอนาคต จะมีการนำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ เข้ามาช่วยในการตรวจสอบข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน และข่าวจริง และเร่งผลักดันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการเผยแพร่การแจ้งเตือนภัยจากการหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางออนไลน์ หรืออาชญากรรมออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ เพื่อนำไปสู่การลดความสูญเสียของประชาชนในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชน

สำหรับปัจจุบันมีประชาชนติดตามและตรวจสอบข้อมูลข่าวสารของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
1) Website : www.antifakenewscenter.com จำนวน 27,898,089 ผู้รับชม
2) Line Official Account : @antifakenewscenter จำนวน 2,791,452 ผู้ติดตาม
3) Facebook : Anti-Fake News Center Thailand จำนวน 120,515 ผู้ติดตาม
4) Twitter : @AFNCThailand จำนวน 18,313 ผู้ติดตาม
5) TikTok: @AFNC_Thailand จำนวน 1,874 ผู้ติดตาม
6) Instagram: @AFNC_Thailand จำนวน 1,010 ผู้ติดตาม



