น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวในการเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและรับฟังข้อเสนอแนะการดำเนินงานด้านวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ที่มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า สำหรับพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย 5 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี และสงขลา มี Soft Power ที่มีมนต์เสน่ห์แห่งศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาลประเพณี ศิลปะการแสดง อาหาร มรดกภูมิปัญญา และแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นอยู่มากมาย รวมทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ขอให้หน่วยงานสังกัด วธ.ใน 5 จังหวัดนี้ บูรณาการความร่วมมือกับจังหวัด หน่วยงานรัฐ เอกชน เครือข่ายทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ชุมชน ในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมเทศกาลประเพณีการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเผยแพร่ไปสู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ก่อนถึงช่วงเทศกาลอย่างน้อย 3 เดือน รวมทั้งจัดทำแผนงานจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวในมิติทางศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมระหว่างพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้วางแผนและเตรียมตัวเดินทางล่วงหน้า

รมว.วธ. กล่าวต่อไปว่า เครือข่ายสภาวัฒนธรรม และหน่วยงานในพื้นที่ 5 จังหวัด ขอให้ วธ.สนับสนุนการส่งเสริมและขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาภาคใต้ อาทิ การแข่งเรือ อาหารถิ่นที่มีเรื่องเล่าความเป็นมา มวยไชยา ดนตรีพื้นถิ่นมลายู และต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุยืนยาว (รุกขมรดก) เป็นต้น เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และสืบสาน รวมถึงจัดหาสวัสดิการหรือมาตรการสนับสนุนศิลปินพื้นบ้านให้มีงาน มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ได้มอบแนวทางและขอความร่วมมือทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) ของชุมชน ส่งเสริมสินค้าที่มีอัตลักษณ์ โดดเด่น สร้างรายได้ให้กับชุมชน ส่งเสริมและสนับสนุนอาหารพื้นถิ่นให้เป็นเมนูอาหารที่ไม่ควรพลาด

น.ส.สุดาวรรณ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ วธ.จะประสานความร่วมมือกับกระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานรัฐ เอกชน เครือข่ายทางศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมและชุมชนเดินหน้าผลักดันให้สงขลา เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) รวมทั้งจะเสนอเมืองเก่าสงขลาและบริเวณโดยรอบต่อองค์การยูเนสโกให้พิจารณาประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยตั้งเป้าหมายไว้ภายในปี 2571 ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและเอกสารทางวิชาการ เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย 1 ภูมิภาค 1 มรดกโลกตามนโยบายที่วางไว้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ครม. ได้ให้ความเห็นชอบเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ต่อองค์การยูเนสโก เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมภายใน 1-2 ปีนี้