เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ขณะนี้ ศธ. มีตำแหน่งผู้บริหาร ศธ. ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้ จำนวน 6 ราย แบ่งเป็น ผู้บริหารระดับ 11 จำนวน 2 ราย และระดับ 10 จำนวน 4 ราย ได้แก่ นายสุเทพ แก่งสันเทีย ปลัด ศธ. นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการ กช. นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร รองปลัด ศธ. นายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ตรวจราชการ ศธ. และนายคมกฤช จันทร์ขจร ผู้ตรวจราชการ ศธ. ซึ่งตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือน เม.ย. จึงขอใช้เวลาศึกษาการทำงานของผู้บริหารแต่ละคนอีกประมาณ 3 เดือน เพื่อประเมินความเหมาะสมของบุคลากรในแต่ละตำแหน่งก่อนจะมีการคัดเลือกต่อไป

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหาร ศธ. ครั้งนี้จะไม่รับฟังข้อมูลจากคนในกระทรวงเพียงอย่างเดียว แต่จะใช้ประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับผู้บริหารแต่ละคนประกอบการตัดสินใจด้วย เพื่อดูว่าผลการทำงานและเสียงสะท้อนจากการทำงานเป็นอย่างไร โดยตนยืนยันว่าไม่มีใครในใจ แต่มีคนที่เลือกใส่ตะกร้าไว้รอแล้ว ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกินเดือน ส.ค.นี้ และจะหารือร่วมกับ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ ด้วย

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนการโยกย้ายผู้บริหารระดับ 10 ของ ศธ. จะมีการทบทวนเช่นเดียวกัน โดยการแต่งตั้งโยกย้ายถือเป็นเรื่องปกติของระบบราชการ และทุกคนล้วนมีความสำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือการจัดวางบุคคลให้เหมาะสมกับงาน ซึ่งการโยกย้ายผู้บริหารระดับ 10 ไม่จำเป็นต้องรอช่วงฤดูเกษียณอายุราชการ สามารถเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ตลอดเวลา และตนขออย่าให้ข้าราชการที่ถูกโยกย้ายมองว่าตัวเองไม่มีความสามารถ เพราะการเป็นข้าราชการควรเรียนรู้ได้ทุกสายงาน

“ผมไม่กังวลต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแต่งตั้งผู้บริหาร ศธ. ว่าจะมีเด็กฝาก หรือ โควตาทางการเมือง เพราะเชื่อมั่นว่า หากตัดสินใจเลือกใครเข้ามาดำรงตำแหน่งแล้ว จะสามารถอธิบายต่อสังคมได้อย่างชัดเจน เรื่องคนผมต้องคิดนานและยังพอมีเวลาเรียนรู้ผู้บริหาร ศธ. แต่ละคนให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ แต่ระหว่างนี้หากผมพบว่า มีปัญหาหรือบุคคลใดทำให้เกิดความเสียหายทางราชการ ก็อาจต้องมีการทบทวนตำแหน่งผู้บริหารก่อนถึงการแต่งตั้งโยกย้ายในรอบปกติได้เช่นกัน” นายประเสริฐ กล่าว.