มหกรรมลูกหนังระดับโลก ฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังระเบิดความมันในขณะนี้  ที่มาพร้อมประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่มีทีมเข้ารอบสุดท้ายมากที่สุดถึง 48 ทีม แน่นอนว่าบรรยากาศการเชียร์บอลย่อมคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะตามร้านอาหาร ผับ บาร์ และโรงแรม

แต่ช้าก่อน!… รู้หรือไม่ว่า “การแข่งขันกีฬา” แม้จะไม่มีลิขสิทธิ์โดยตรงตามกฎหมาย แต่ “สัญญาณการถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก” ทั้งช่องทางทีวีและสตรีมมิ่ง ถือเป็น “งานอันมีลิขสิทธิ์” (ประเภทงานแพร่เสียงแพร่ภาพ) ที่ได้รับความคุ้มครองเต็มๆ

งานนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือหน่วยงานรัฐและผู้ถือลิขสิทธิ์ในไทยอย่าง JAS และ MONO ออกมาเตือนสติทั้งผู้ประกอบการและประชาชน เชียร์ยังไงให้สนุก ปลอดภัย และไม่เสี่ยงโดนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย!

 

คู่มือร้านอาหาร, ผับ, บาร์, โรงแรม  

สำหรับร้านค้าหรือสถานประกอบการที่ต้องการเปิดฟุตบอลโลก 2026 ให้ลูกค้าได้รับชม เพื่อสร้างบรรยากาศและดึงดูดผู้ใช้บริการ ถือเป็นการนำไปใช้ “เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์” จึงมีข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดังนี้

สิ่งที่ “ต้องทำ”

  • ต้องขออนุญาตล่วงหน้า: ผู้ประกอบการจะต้องทำการสมัครและลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้ได้รับสิทธิ์การถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย  ซึ่งในปีนี้คือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชันแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ร่วมกับ บริษัท โมโนเน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO) เพื่อขอสิทธิ์การเผยแพร่ภายในสถานประกอบการอย่างถูกกฎหมาย
  • ตรวจสอบและปฏิบัติตามเงื่อนไข: เมื่อได้รับสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ทางผู้ถือสิทธิ์กำหนดไว้อย่างเข้มงวด

สิ่งที่”ห้ามทำ”

  • ห้ามเก็บค่าเข้าชม: ไม่มีการเรียกเก็บค่าบัตร ค่าผ่านประตู หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ จากลูกค้าเพื่อเข้ามานั่งดูบอล
  • ห้ามมีสปอนเซอร์ซ้อน: ห้ามนำแบรนด์ สินค้า หรือผู้สนับสนุนภายนอกที่ไม่ได้เป็นสปอนเซอร์อย่างเป็นทางการ มาร่วมจัดกิจกรรมหรือเนียนโฆษณาแฝงภายในร้าน
  • ห้ามละเมิดเครื่องหมายการค้า: งดการใช้ชื่อ, โลโก้, เครื่องหมายการค้า หรือสัญลักษณ์ใดๆ ที่สื่อถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ “FIFA” หรือ “World Cup 2026”  รวมถึงโลโก้ของสปอนเซอร์ต่างๆ บนป้ายหรือสื่อประชาสัมพันธ์ของร้านค้า เช่น โปสเตอร์โปรโมทร้านชวนมาดูบอล

 

คู่มือฉบับแฟนบอลทั่วไป

สำหรับแฟนบอล และประชาชนทั่วไปที่ต้องการเชียร์ทีมโปรดร่วมกับเพื่อนฝูงและครอบครัว สามารถทำได้เต็มที่เพื่อความบันเทิง แต่ต้องระมัดระวังพฤติกรรมบนโลกออนไลน์เพื่อไม่ให้เข้าข่ายผิดกฎหมาย:

 

สิ่งที่ “ทำได้”

  • รับชมผ่านช่องทางถูกกฎหมาย: เลือกรับชมการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางโทรทัศน์ แพลตฟอร์มออนไลน์ หรือแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการที่ได้รับสิทธิ์ เพื่อให้ได้ภาพและเสียงที่มีคุณภาพ คมชัด และสบายใจที่สุด

 

สิ่งที่ “ห้ามทำ”

  • ห้ามอัดแล้วเอาไปปล่อยต่อ: หลีกเลี่ยงการบันเทิงวิดีโอการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นคลิปไฮไลท์สั้นๆ หรือแมตช์เต็ม แล้วนำไปโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ห้ามไลฟ์สดสตรีมมิ่ง: ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายหน้าจอทีวีขณะแข่งขันเพื่อทำการ “ไลฟ์สด (Live)” ผ่าน Facebook, TikTok, YouTube หรือแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ
  • ห้ามซื้อ-ขายสินค้าปลอม: ห้ามจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เช่น เสื้อฟุตบอลทีมชาติปลอม, สินค้าที่ระลึก, สินค้าแฟชั่น หรือของสะสมที่มีการนำชื่อและตราสัญลักษณ์ FIFA ไปใช้โดยไม่ได้รับสิทธิ์

 

บทลงโทษหนัก

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้เน้นย้ำถึงบทลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไว้ชัดเจนว่า หากมีผู้ใดนำสัญญาณการถ่ายทอดสดไปใช้ เผยแพร่ซ้ำ หรือสตรีมมิ่งเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องรับโทษทางกฎหมาย:

 โทษกรณีละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า: มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยังได้จับมือเชิงรุกร่วมกับ ตำรวจ บก.ปอศ. และ กสทช. รวมถึงเจ้าของสิทธิ์ ในการมอนิเตอร์ทุกช่องทาง โดยเฉพาะทางออนไลน์ เพื่อดำเนินการ “กดลบเนื้อหา (Take down)” ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในทันที และจะกวดขันจับกุมสินค้าปลอมแปลงอย่างเข้มงวดทั้งระบบออฟไลน์และออนไลน์

 

หากผู้ประกอบการท่านใดต้องการตรวจสอบสิทธิ์ เงื่อนไข หรือประชาชนต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์เพิ่มเติม สามารถเช็กได้ที่:

  • เว็บไซต์: www.ipthailand.go.th
  • Social Media: Facebook, YouTube, TikTok ของ “กรมทรัพย์สินทางปัญญา”
  • สายด่วน กรมทรัพย์สินทางปัญญา: โทร. 1368