เมื่อการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องที่คนยุคปัจจุบันให้ความสำคัญอย่างมาก ผู้ปกครองจึงอยากส่งลูกเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติกันเป็นจำนวนไม่น้อย แต่โรงเรียนนานาชาติก็มีตัวเลือกหลากหลาย และคุณภาพของโรงเรียนนานาชาติก็ไม่ได้เท่ากันทุกแห่ง โดยในครั้งนี้ทางบทความก็มีโรงเรียนแห่งหนึ่งที่มีคุณภาพดีมาก จนใคร ๆ ก็อยากให้ลูกได้เรียนที่นี่กับ NIST International School โรงเรียนที่เข้ายากเป็นอันดับต้น ๆ ของโรงเรียนนานาชาติทั้งหมด
NIST International School รองรับด้วย Full IB School
หลักสูตร IB ย่อมาจาก International Baccalaureate Programme จัดตั้งโดย International Baccalaureate Organization (IBO) โดยหลักสูตรนี้จะเน้นการพัฒนาทักษะทางปัญญา ทักษะทางวิชาการและทักษะทางสังคม ซึ่งเป็นที่ยอมรับกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ทำให้ง่ายต่อการย้ายโรงเรียนไปเรียนในต่างประเทศได้ทั่วโลก
สำหรับโรงเรียนนานาชาติในไทยไม่ใช่ทุกแห่งที่รองรับด้วยหลักสูตร IB และถึงแม้บางโรงเรียนจะรองรับด้วยหลักสูตร IB ก็จริง แต่ก็ไม่ใช่การรองรับแบบ Full IB School ขณะที่ NIST International School นั้นรองรับด้วย Full IB School จึงถือเป็นจุดเด่นของที่นี่
โดย Full IB School คือการสอนด้วยหลักสูตร IB ทุกระดับชั้น ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ Early Years 1 ไปจนถึง Year 13 ซึ่งโรงเรียนในไทยที่สอนแบบ Full IB School มีแค่ 3 แห่งเท่านั้น และ NIST International School ก็เป็น 1 ใน 3 ของโรงเรียนดังกล่าว
นักเรียนของ NIST International School เข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกได้
การศึกษาที่ดี คือการนำไปต่อยอดอนาคตได้ ซึ่งการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยก็เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการต่อยอดอนาคตที่มีประสิทธิภาพ และมีเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ NIST International School เป็นโรงเรียนนานาชาติที่ผู้ปกครองหลายคนอยากส่งลูกไปเรียน ก็คือการที่มีนักเรียนของโรงเรียนสามารถเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกได้ ไม่ว่าจะเป็น University of Cambridge, University of Oxford, Imperial College London, University of California, Berkeley และอื่น ๆ อีกมากมาย
ข้อนี้เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีการบอกต่อจนทำให้ใคร ๆ ก็อยากพาลูกมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ นำมาซึ่งอัตราการแข่งขันที่สูงและทำให้ NIST International School เป็นหนึ่งในโรงเรียนนานาชาติที่เข้ายาก
NIST International School มี Facility ครบครัน
อีกหนึ่งเหตุผลที่ใครก็อยากให้ลูกได้เรียนที่นี่ ด้วย Facility ที่ครบครัน เริ่มต้นด้วยพื้นที่รองรับกับกิจกรรมกีฬาที่หลากหลาย ตั้งแต่สนามฟุตบอลขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน รวมถึง Multipurpose court ที่รองรับกีฬาได้หลายอย่าง เช่น บาสเก็ตบอล แบดมินตัน เป็นต้น อีกทั้งยังมีห้องฟิตเนส คาเฟ่ และอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้นักเรียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในรั้วโรงเรียน
NIST International School ส่งเสริมการศึกษาแบบองค์รวม
NIST International School ไม่ได้โดดเด่นแค่ในด้านวิชาการเพียงด้านเดียว แม้จะมุ่งเน้นการศึกษาด้วยหลักสูตรซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลก แต่ทางโรงเรียนก็ยังส่งเสริมการศึกษาแบบองค์รวม เพื่อให้นักเรียนพัฒนาทักษะรอบด้าน ทั้งในด้านกีฬา ด้านศิลปะ ด้านศิลปะการแสดง ด้านดนตรี หรือด้านเทคโนโลยี นักเรียนของ NIST International School จึงเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความรู้รอบด้านที่ไม่ใช่ด้านวิชาการเพียงด้านเดียว
NIST International School เป็นสมาชิกกลุ่มโรงเรียนที่เสนอหลักสูตร GCD
NIST International Schoolเป็นสมาชิกในกลุ่มโรงเรียนที่เสนอหลักสูตร Global Citizenship Diploma (GCD) ซึ่งเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรที่สนับสนุนศักยภาพของนักเรียน และพัฒนาความเป็นพลเมืองโลก โดยหลักสูตรนี้จัดทำขึ้นโดยกลุ่มโรงเรียนนานาชาติที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน
เหตุผลที่เน้นเรื่องความเป็นพลเมืองโลก เนื่องจากโลกมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น โรงเรียนจึงเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจริงนอกเหนือจากหลักสูตรแบบเดิม สนับสนุนให้นักเรียนคิดนอกกรอบตามบริบทของตนเอง เพื่อการเรียนรู้ที่มีความสมจริงมากขึ้น ช่วยให้นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน
NIST International School ส่งเสริมให้นักเรียนสำรวจความสนใจของตนเอง
ทางโรงเรียนส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีชีวิตชีวา เพื่อให้นักเรียนมีโอกาสสำรวจความสนใจของตนเองและพัฒนาทักษะที่ตรงกับความสนใจ รองรับด้วยการเรียนรู้เชิงกิจกรรมที่หลากหลายทั้งด้านกีฬา ศิลปะ และกิจกรรมนอกหลักสูตรอื่น ๆ
วิธีสมัครเรียนที่ NIST International School
เนื่องจาก NIST International School เป็นโรงเรียนที่เข้ายาก และมีอัตราการรับนักเรียนไทยค่อนข้างต่ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีผู้ปกครองหลายคนใฝ่ฝันอยากให้ลูกได้มีโอกาสเรียนที่นี่ จึงอยากแนะนำว่าควรติดต่อกับทางโรงเรียนตั้งแต่เนิ่น ๆ และสอบถามถึงเอกสารที่ต้องใช้หรือรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อการเตรียมพร้อมให้ลูก
ทางโรงเรียนจะวัดระดับความรู้ของนักเรียนที่มาสมัคร ว่ามีความเหมาะสมที่จะเรียนที่นี่หรือไม่ โดยหลังจากส่งใบสมัครไปแล้ว ทางคณะกรรมการจะพิจารณาใบสมัครเหล่านั้นอีกครั้ง ซึ่งจะพิจารณาความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของเด็กรวมถึงผลการเรียนที่ผ่านมา และมีการประเมินเพิ่มเติม หากเด็กคนไหนประเมินผ่านก็จะมีสิทธิเข้าเรียน
สำหรับการประเมินในระดับประถมศึกษาจะดำเนินการแบบตัวต่อตัวหรือเป็นกลุ่มเล็ก ส่วนในระดับมัธยมศึกษา ผู้สมัครต้องทำแบบทดสอบความรู้ที่เกี่ยวข้องกับระดับชั้นของตน
นี่คือ NIST International School โรงเรียนนานาชาติที่เข้ายากแบบขึ้นชื่อ ด้วยคุณภาพทางการศึกษาที่โดดเด่น แต่ถ้าหากมีการเตรียมความพร้อมให้กับลูกก่อนไปสมัครเรียน ก็พอจะเพิ่มโอกาสให้สามารถเข้าเรียนที่นี่ได้สำเร็จอยู่



