สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นชาติเดียวกัน เดินทางถึงจุดแตกหักจากสงครามเมื่อปี 2514 ส่งผลให้บังกลาเทศเริ่มใกล้ชิดกับอินเดียมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การลุกฮือของชาวบังกลาเทศ เพื่อขับไล่อดีตนายกรัฐมนตรีชีค ฮาสินา ออกจากตำแหน่ง เมื่อปี 2567 กลับเพิ่มความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับรัฐบาลบังกลาเทศชุดปัจจุบัน ซึ่งมีสถานะรักษาการ
ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างบังกลาเทศกับปากีสถาน ได้รับการฟื้นฟู เมื่อเดือน พ.ย. 2567 เมื่อเรือบรรทุกตู้คอนเทเนอร์จากเมืองการาจี ทางตอนใต้ของปากีสถาน เดินทางไปยังเมืองจิตตะกอง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศ ซึ่งถือเป็นเรือบรรทุกสินค้าที่แล่นตรงระหว่างสองประเทศ เป็นลำแรกในรอบหลายสิบปี
#Pakistan & #Bangladesh restore direct trade ties!
— SAMAA TV (@SAMAATV) February 24, 2025
With improved relations, first official trade consignment since 1971 departs from Port Qasim. Bangladesh signs deal to import 50,000 tonnes of rice from Pakistan, with shipments set for Feb & March.#SamaaTV pic.twitter.com/B0tRJCp7eu
นายซิอุดดิน อาห์เหม็ด เจ้าหน้าที่อาวุโสจากสำนักงานอาหารบังกลาเทศ กล่าวว่า “เป็นครั้งแรกที่เรานำเข้าข้าว 50,000 ตัน จากปากีสถาน และถือเป็นข้อตกลงระหว่างรัฐบาลครั้งแรก”
เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานอาหารบังกลาเทศลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับบรรษัทการค้าแห่งปากีสถาน (ทีซีพี) เกี่ยวกับการนำเข้าข้าว อาห์เหม็ด ระบุว่า การค้ากับปากีสถานเป็นช่องทางใหม่ในการจัดหาและตั้งราคาแข่งขัน หลังเมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บังกลาเทศนำเข้าข้าวจากอินเดีย ไทย และเวียดนาม เป็นหลัก
อนึ่ง การนำเข้าข้าวมีความจำเป็นต่อบังกลาเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีความเสี่ยงต่ออุทกภัยและพายุไซโคลนเป็นพิเศษ โดยก่อนหน้านี้ บริษัทเอกชนซึ่งต้องนำเข้าข้าวจากปากีสถาน ต้องถ่ายสินค้าลงเรือที่ศรีลังกา มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ก่อน.
เครดิตภาพ : AFP



