เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช เลขานุการรัฐมนตรีฯ และนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมคณะนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์

นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงดีอี ร่วมลงพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ร่วมกับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะฝ่ายความมั่นคง เพื่อติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์  ซึ่งจากการดำเนินมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเข้มข้นในพื้นที่ชายแดน ไทย-เมียนมา ฝั่ง อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แม้ปรากฏผลสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดตามการดำเนินมาตรการด้วยตัวเอง พร้อมกับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้มีการประชุมหารือบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายความมั่นคง กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก่อนที่จะมีการตรวจเยี่ยมศูนย์คัดแยกและให้ความช่วยเหลือเหยื่อจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ขณะเดียวกัน คณะยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ และติดตามการดำเนินการตัดสายสัญญาณการสื่อสารบริเวณด้านหลังสถานีรถไฟคลองลึก ก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบการลดสัญญาณการสื่อสารบริเวณตลาดเบญจวรรณ อ.อรัญประเทศ

ในส่วนของกระทรวงดีอี และ สำนักงาน กสทช. นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้มีการติดตามเรื่องการดูแล และตัดเสาสัญญาณโทรคมนาคม สายอินเทอร์เน็ต และสัญญาณสื่อสาร ที่มีการลักลอบเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นเครื่องมือให้มิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวงประชาชน และตรวจสอบสายสัญญาณที่ตัดไปแล้ว ไม่ให้มีการติดตั้งขึ้นมาใหม่อย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังขอให้หน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และศุลกากร กวดขันเรื่องการเข้าออกบริเวณแนวชายแดน โดยประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน เฝ้าระวังการลักลอบนำคนหรืออุปกรณ์ใดๆ เข้าออกตามแนวชายแดน โดยเฉพาะตามช่องทางธรรมชาติ

“ปัจจุบัน กระทรวงดีอี กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตัดสัญญาณสื่อสารผิดกฎหมายบริเวณชายแดนในพื้นที่ต่างๆ ที่ต้องสงสัยว่าเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และดำเนินการตรวจสอบเฝ้าระวังไม่ให้มีการเชื่อมต่อสัญญาณซ้ำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้ขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกค่าย ได้ร่วมกันตรวจสอบ โดยให้หันสายสัญญาณกลับเข้ามาในฝั่งประเทศไทย พร้อมกับลดความสูงของเสาส่งสัญญาณลง และจัดรถสายตรวจสแกนความถี่สัญญาณโทรศัพท์มือถือ โดยหากพบว่าเป็นการส่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ให้ดำเนินการตัดการส่งสัญญาณในทันที” นายประเสริฐ กล่าว