เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าออกตัวปกป้องนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพราะจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เหมือนกัน ว่า มีคนคอมเมนต์ว่าตนเป็นรุ่นน้องกับนายชัชชาติที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เลยออกมาแบกนายชัชชาตินั้น ตนคงไม่สามารถปฏิเสธความเป็นรุ่นพี่-รุ่นน้องกับนายชัชชาติได้ เพราะข้อเท็จจริงมันเป็นเช่นนั้น แต่การที่ตนกับนายชัชชาติได้มาเรียนที่สถาบันการศึกษาเดียวกัน มันมาจากระบบการสอบเข้า ไม่ได้มาจากการที่นายชัชชาติฝากตนเข้าไป
“ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ถ้าใครติดตามการดีเบตของผมกับ อ.ชัชชาติ ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในปี 2565 ผมสู้กับ อ.ชัชชาติ แบบเต็มที่ทุกครั้ง นโยบายไหนที่คิดต่างกัน ก็จะดีเบตกันแบบตรงๆ โดยไม่มีคำว่าเกรงใจ เพียงแต่ผมสู้กับ อ.ชัชชาติในกติกาไง แบบมีน้ำใจนักกีฬาไงครับ” นายวิโรจน์ ระบุ
นายวิโรจน์ ระบุอีกว่า การที่ตนโพสต์ให้ความเห็นไปเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่มีต่อนายชัชชาติ ตนก็อธิบายไปตามที่ตนรู้ว่ามีสก.กลุ่มหนึ่งที่หากินกับงบแปรญัตติ สมคบคิดกันตัดงบประมาณของ กทม. แล้วมาข่มขู่ต่อรองกับผู้ว่าฯ กทม. เพื่อให้ผู้รับเหมา และพ่อค้าในเครือข่ายของตัวเองได้เข้าไปรับงาน แล้วกินเงินทอน ทั้งนี้ตนไม่ได้อวดอ้างว่ารู้ทุกเรื่อง ตนจึงได้ย้ำว่าถ้าคนที่กล่าวหานายชัชชาติมีหลักฐาน ก็ให้ดำเนินการยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไป เพราะผมไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอร์รัปชันอยู่แล้ว
“ผมอยากให้การแข่งขันในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในครั้งนี้ เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ฟาดฟันเกทับกันด้วยไอเดียเชิงนโยบายว่าจะแก้ไข และพัฒนากรุงเทพมหานครไปในทิศทางไหน แต่นี่อีกแค่ 3 สัปดาห์ ก็จะถึงวันเลือกตั้ง การแข่งขันในเชิงนโยบายแทบจะไม่มีน้ำหนักเลย เอาจริงๆ นะครับ ผมอยากเห็นการ Pitch นโยบายกันแบบโชะเชะ อยากเห็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.แต่ละคนบลัฟกันว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นใน กทม.เมืองฟ้าอมรกันอย่างไร หวังว่าจะได้เห็นความดุเดือดบนการแข่งขันที่อยู่ในกติกา ในเร็ววันนี้ครับ” นายวิโรจน์ ระบุ



