การขับขี่รถยนต์ให้ปลอดภัยนั้นไม่ใช่แค่เรื่องการควบคุมรถให้ดีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องลมยางที่หลายคนมักมองข้าม ทั้งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่โดยตรง วันนี้เรามีวิธีสังเกตอาการลมยางอ่อนแบบง่าย ๆ มาฝากคนใช้รถกัน
4 วิธีสังเกตอาการลมยางอ่อนแบบง่าย ๆ ไม่ต้องใช้เครื่องมือ

การสังเกตลมยางอ่อนนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือราคาแพง หรือต้องพึ่งช่างผู้เชี่ยวชาญเสมอไป เพราะเราสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองผ่านสัญญาณเตือนง่าย ๆ 4 วิธีต่อไปนี้
1. สังเกตจากการขับขี่
อาการผิดปกติขณะขับขี่เป็นสัญญาณเตือนชั้นดีที่บ่งบอกว่าลมยางอาจมีปัญหา เช่น รถมีอาการส่ายไปมาขณะขับ โดยเฉพาะเวลาเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลน พวงมาลัยหนักผิดปกติต้องออกแรงบังคับมากกว่าเดิม หรือรถมีอาการดึงไปด้านใดด้านหนึ่งโดยไม่มีสาเหตุ นอกจากนี้ ถ้ารู้สึกว่ารถไม่เกาะถนนหรือการทรงตัวแย่ลง ก็อาจเป็นสัญญาณว่าลมยางกำลังมีปัญหา
2. สังเกตจากเสียงที่มาจากล้อ
เสียงผิดปกติที่ดังมาจากล้อรถเป็นอีกสัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะเสียงดังกุกกักเวลาผ่านพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ หรือเสียงยางครูดกับพื้นถนนที่ดังผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการที่ยางต้องเสียดสีกับพื้นถนนมากเกินไปเนื่องจากลมยางอ่อน
3. สังเกตจากการสึกหรอที่หน้ายาง
ลักษณะการสึกหรอของหน้ายางสามารถบอกปัญหาลมยางได้เป็นอย่างดี หากพบว่าดอกยางสึกไม่เท่ากัน โดยเฉพาะการสึกที่ขอบยางทั้งสองด้านมากกว่าตรงกลาง แสดงว่าลมยางอ่อนเกินไป ทำให้ส่วนขอบของยางต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติ นอกจากนี้ ควรสังเกตแก้มยางด้วยว่ามีการบวมหรือปูดออกมาผิดปกติหรือไม่
4. สังเกตการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง
หากพบว่ารถกินน้ำมันมากขึ้นผิดปกติทั้งที่พฤติกรรมการขับขี่ไม่ได้เปลี่ยนแปลง อาจเป็นสัญญาณว่าลมยางมีปัญหา เพราะเมื่อลมยางอ่อน จะทำให้รถต้องทำงานหนักขึ้นในการออกตัว เกิดแรงเสียดทานมากขึ้น ส่งผลให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ
ควรตรวจเช็กลมยางบ่อยแค่ไหนถึงปลอดภัย

เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรตรวจเช็กลมยางอย่างน้อยทุก 2 สัปดาห์ พร้อมกับสังเกตสภาพดอกยางว่ามีรอยความเสียหาย เช่น รอยทิ่มแทง เศษกระจก หรือตะปูตำที่อาจทำให้เกิดการรั่วซึมหรือไม่ หากพบว่าล้อใดมีแรงดันลมยางต่ำกว่าล้ออื่นผิดปกติในระหว่างเติมลม ควรนำรถเข้าตรวจสอบที่ศูนย์บริการ หรือร้านยางใกล้บ้านทันทีเพื่อความปลอดภัย
การดูแลลมยางให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม นอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานของยางแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ รวมไปถึงความประหยัดน้ำมันที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
หากต้องการความมั่นใจเพิ่มขึ้น การเลือกใช้ยางรถยนต์ PIRELLI ที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยสามารถเลือกซื้อผ่านร้านยางชั้นนำทั่วประเทศ ศูนย์บริการ B-Quik และ MMS ทุกสาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์อย่าง Shopee และ Lazada พร้อมรับประกันคุณภาพ 1 ปี หรือ 25,000 กม.



