สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงการที่รัฐออนแทรีโอของแคนาดา ประกาศเก็บค่าธรรมเนียมกระแสไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 25% กับสามรัฐของสหรัฐ ได้แก่ มิชิแกน มินนิโซตา และนิวยอร์ก ว่าเป็นสถานการณ์ซึ่งสะท้อนว่า “แคนาดาเป็นผู้ใช้ภาษีโดยมิชอบ” และ “เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว” ดังนั้น “สหรัฐจะไม่สนับสนุนแคนาดาในเรื่องนี้อีกต่อไป”


ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐไม่ต้องการรถยนต์ ไม้ซุง และพลังงานจากแคนาดาอีกต่อไป พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า มาตรการภาษีตอบโต้กับทุกประเทศบนโลก จะมีผลในวันที่ 2 เม.ย. นี้


ด้านนายทิม วอลต์ซ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก จากค่าไฟที่พุ่งทะยาน จากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับแคนาดา และเรียกร้องทรัมป์เร่งแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว


ทั้งนี้ ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระงับการขึ้นภาษีในอัตรา 25% กับสินค้าของเม็กซิโกและแคนาดา ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลงการค้าเสรี สหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา (ยูเอสเอ็มซีเอ) โดยมากกว่าครึ่งของสินค้าที่ส่งออกจากเม็กซิโกมายังสหรัฐ ได้รับความคุ้มครองภายใต้ยูเอสเอ็มซีเอ หมายความว่า จะไม่เผชิญกับกำแพงภาษี 25%


ส่วนสินค้าของแคนาดาได้รับความคุ้มครอง 48% เท่ากับว่า อีก 52% จะยังคงเผชิญกับกำแพงภาษี และเชื้อเพลิงที่ส่งออกจากแคนาดามายังสหรัฐ ยังไม่ได้รับการยกเว้นจากกำแพงภาษี 10%.

เครดิตภาพ : AFP