เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าว จ.กาฬสินธุ์ รายงานว่า เพจฝากบอกเมืองบัวขาว ออกมาโพสต์เตือนภัยโดยมีข้อความระบุว่า #ฝากไปถึง #ฝากบอกเมืองบัวขาว #ฝากแจ้งเตือนภัย สำหรับพ่อค้าแม่ค้าร้านขายของชำต่างๆ #ในเขตอำเภอกุฉินารายณ์ ในช่วงเช้าของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ได้มีชายร่างอ้วนท้วม ขับรถกระบะตู้ทึบ #ได้ไปนำเสนอลงของขายให้กับร้านค้าต่างๆในเขตอำเภอกุฉินารายณ์เป็นลักษณะของบิลเงินสด #แล้วลงของไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ของไม่ครบบ้าง แล้วแจ้งร้านค้าว่าจะนำมาเคลมลง และลงให้อีกครั้ง #พร้อมเก็บเงินไปด้วย สุดท้ายก็ไม่มาตามที่นัดไว้ #สร้างความเสียหายให้กับร้านค้าต่างๆเป็นเงินมากพอสมควร พี่น้องท่านใดพบเห็นชายที่ขับรถ เหมือนในรูป สามารถแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เลยเด้อครับ #ข้อสังเกตของผู้ก่อเหตุเดินขากะเผลก/ ผมด้านหลังมีรอยด่างขาวตรงกลาง

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ พบกับผู้เสียหาย ทราบชื่อ น.ส.อุมารินทร์ สีเลา อายุ 30 ปี เจ้าของร้านขายของชำตั้งเจริญพาณิชย์ เลขที่ 36/1 หมู่ 12 ต.บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกหลอก โดย น.ส.อุมารินทร์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา มีชาย 3 คน ขับรถมาจอดที่ร้าน โดยใช้ยานพาหนะเป็นรถกระบะตู้ทึบสีบรอนซ์ แต่ป้ายทะเบียนสังเกตเห็นไม่ชัด แล้วมีชายรูปร่างท้วม เดินขากะเผลก 1 คน ลงมาพูด เพื่อติดต่อขายสินค้าให้กับตนเอง หลังจากนั้นก็มีชายคนที่ 2 ลงมาพูดจาขายสินค้าช่วยอีกคน ก่อนจะมีคนที่ 3 ตามมา ยืนอยู่บริเวณหน้าร้าน โดยทั้งหมด บอกว่า เป็นเซลมีสินค้ามาขายให้แบบถูกกว่าท้องตลาดและร้านค้าอื่นๆ โดยจะปล่อยเครดิต ให้ 15 วัน หรือเรียกง่ายๆ ว่า ฝากของขายแล้วค่อยเก็บเงินทีหลัง แต่มีเงื่อนไขและข้อแม้ว่า จะต้องเปิดบิลเงินสด 1 บิลก่อน ถึงจะสามารถทำเป็นเครดิตให้ได้ และสินค้าที่เปิดบิลเงินสด สามารถที่จะเคลมหรือเปลี่ยนเป็นสินค้าที่ต้องการได้ โดยพยายามพูดจาหว่านล้อมจนตนเองหลงเชื่อ และไม่ได้ทันสังเกตว่าชาย 3 คนนั้นเป็นเซลขายของจริงหรือไม่

น.ส.อุมารินทร์ กล่าวต่อว่า จากนั้นกลุ่มชายดังกล่าวใช้เวลาอยู่ที่ร้านประมาณ 30 นาที ตนจึงได้สั่งของไป โดยของที่ได้รับซื้อและได้เขียนบิลมาให้มีมูลค่า 14,124 บาท ได้จ่ายเป็นเงินสดและมีโอนไปทำบัญชีธนาคาร เมื่อคนร้ายได้รับเงินแล้วได้แจ้งว่าช่วงเวลาประมาณ 14.00 น จะเอาสินค้ามาเปลี่ยนให้ แต่เวลาผ่านไปปรากฏว่า คนร้ายไม่มาตามนัด จึงมาตรวจเช็กรายการสินค้าแล้วก็ปรากฏว่าได้สินค้าไม่ครบตามจำนวน และเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ จึงได้พยายามติดต่อไปทางเบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ในบิลรายการสินค้ารวมถึงเบอร์โทรศัพท์ที่คนร้ายได้เขียนไว้ให้ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้รู้ว่าถูกหลอกแน่นอน

ทั้งนี้วันเกิดเหตุกล้องวงจรปิดที่ร้านของตนเสีย จึงไม่สามารถจับภาพคนร้ายได้ แต่ยังโชคดีที่กลุ่มคนร้าย โดยเฉพาะชายรูปร่างท้วมเดินขากะเผลก ซึ่งเป็นหนึ่งในคนร้ายได้ไปหลอกขายของให้กับร้านค้าอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กัน แต่ร้านดังกล่าวไม่รับซื้อ ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายได้ ก่อนที่เจ้าของร้านนำมาให้ตน จึงได้เข้าแจ้งความที่ สภ.กุฉินารายณ์ เพื่อให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี พร้อมออกมาเตือนภัยให้กับร้านค้าต่างๆ ให้ระวังมิจฉาชีพกลุ่มนี้ด้วย



