เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ร.ต.อ.นรชัย แก้วหนู รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งเหตุรถ จยย.หลบเลี่ยงไม่เข้าด่านจุดตรวจ ประสบอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุเกิดบริเวณริมถนน พื้นที่ หมู่ 4 บ้านป่าหมาก ต.นาตาล่วง อ.เมือง จ.ตรัง จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.เมธี ภิญโญประการ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง แพทย์เวร รพ.ตรัง และหน่วยกู้ชีพ

ที่เกิดเหตุริมถนนพบผู้บาดเจ็บ เป็นชาย อายุ 19 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนไม่รู้สึกตัว มีบาดแผลหลายจุดตามร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่ง รพ.ศูนย์ตรัง รักษาอย่างเร่งด่วน ใกล้กันพบรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ไอ 125 สีดำ ทะเบียน จทม 912 ชลบุรี ล้มตะแคงสภาพพังยับเยิน

ห่างจากตัวรถไปประมาณ 5 เมตร พบร่างของ นายธีรพงศ์ โสพล หรือจีน อายุ 30 ปี นอนหงายหน้าเสียชีวิต มีบาดแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง ก่อนจะนำร่างส่งไปชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งที่ รพ.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจชุดอินทรีย์ชุดที่ 2 สภ.เมืองตรัง กำลังตั้งด่านตามแผนพิทักษ์เมือง บริเวณถนนสายต้นปริง-แยกป่าหมาก (หน้าโรงเรียนท่ากลางสอนขับรถยนต์) หมู่ 1 ถนนน้ำผุดใต้ ต.นาตาล่วง อ.เมือง ในห้วงเวลา 09.30-10.30 น. ปรากฏว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้ขี่รถ จยย.คันดังกล่าว ส่วนผู้เสียชีวิตนั่งซ้อนท้าย ได้กลับหัวรถก่อนที่จะเข้ามาถึงด่านตรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่ดักซุ่มอยู่อีกฝั่งได้เข้ามาขวาง แต่ทั้งคู่ได้ขี่หลบหนีออกไปได้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย ได้ขี่รถ จยย.สายตรวจติดตาม โดยมุ่งหน้ามายังถนนเลียบแม่น้ำตรัง จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้ง ได้มีรถกระบะตู้ทึบขับสวนมา ทำให้รถ จยย.คันดังกล่าวต้องหักหลบ และเสียหลักหลุดโค้งจนเกิดอุบัติเหตุลงข้างทาง โดยระยะทางจากจุดที่หลบหนีห่างจากด่าน 3-4 กิโลเมตร เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด

สอบถาม น.ส.พรลภัส โสพล อายุ 33 ปี พี่สาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า น้องชายทำงานเป็นลูกจ้างขับรถส่งของภายในตลาด ก่อนเกิดเหตุ ทราบว่าได้ซ้อนท้ายเพื่อนที่เป็นคนขี่รถ จยย. เพื่อจะไปทำงาน แต่ปรากฏว่าระหว่างทาง ได้แวะซื้อขนมที่ร้านค้าใกล้ๆ จุดที่ตั้งด่าน เพื่อนำไปกินที่ทำงาน ก่อนจะขี่มาเห็นด่านตรวจตำรวจ จึงน่าจะคิดว่าจะกลับรถไม่เข้าด่านตรวจเพราะน้องคนขี่ไม่มีใบขับขี่ ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่จากการสอบถามคนขี่ที่ตอนนี้ได้สติแล้วบอกว่า ระหว่างที่ล้มไปแล้วนั้น ผู้ตายยังมีสติและบอกว่าหายใจไม่ออก แต่ตำรวจกลับใส่กุญแจมือ เมื่อพ่อของตนมาถึง น้องชายตนกำลังหายใจรวยริน และก็เสียชีวิตพอดี

ด้านนายสุชาติ โสพล อายุ 62 ปี พ่อผู้เสียชีวิต กล่าวยืนยันว่า เมื่อมาถึงเห็นลูกชายถูกใส่กุญแจมือ จึงร้องบอกตำรวจให้ปลดออก และโวยวายว่าจะใส่กุญแจมือทำไม ลูกชายตายแล้ว ผิดถูกก็ว่าไปตามกระบวนการกฎหมาย แต่ทำไมไม่ช่วยคนเจ็บก่อน ทั้งๆ ที่ลูกบาดเจ็บสาหัส วิ่งหนีไม่ได้แล้ว นอนหายใจรวยรินแล้ว ตำรวจไม่น่าจะทำอย่างนั้น ส่วนสาเหตุที่กลับรถก่อนเข้าด่าน อาจเพราะว่าลูกชายพกน้ำกระท่อมไปด้วยจึงตกใจ

เบื้องต้นทางพนักงานอัยการ จ.ตรัง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ และชันสูตรพลิกศพร่วมกัน จากนั้นได้พูดคุยกับพ่อและพี่สาวของผู้เสียชีวิต เพื่อพูดทำความเข้าใจอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งได้แสดงคลิปวิดีโอบอดี้แคมของตำรวจ และคลิปที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ระหว่างการขับขี่รถ จยย.สายตรวจของตำรวจนายดังกล่าว เพื่อให้ญาติสิ้นข้อสงสัยในการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ไม่ใช่เกิดจากการทำร้ายของตำรวจที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต จนทำให้ญาติพึงพอใจในสาเหตุการเสียชีวิต.