ใกล้ถึงช่วงเดือนทางไกล อีกไม่นานจะเข้าสู่เดือน เมษายน 2568 เป็นเดือนแห่งมหาสงกรานต์ 2568 ซึ่งโดยปกติช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นวันหยุดยาว เพื่อให้ประชาชนสืบสานประเพณี พักผ่อนหย่อนใจ และเดินทางกลับภูมิลำเนา

สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในยุคปัจจุบัน และเป็นสิ่งที่คนไทยเริ่มให้ความสำคัญ คือ การทำประกันเดินทาง ไม่ว่าจะเดินทางในประเทศ หรือเดินทางไปต่างประเทศ เป็นสิ่งจำเป็นหากต้องเดินทางไกล เพราะอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้

ประกันเดินทาง คือ รูปแบบหนึ่งของการประกันภัยเพื่อคุ้มครองให้กับผู้ที่ต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ แล้วเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เช่น มีอุบัติเหตุกับตนเอง ทรัพย์สินเสียหาย สูญหาย ไม่สามารถเดินทางได้จากเหตุสุดวิสัยของเที่ยวบิน ไปจนถึงคุ้มครองการบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และการเสียชีวิต ทั้งหมดนี้ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขกรมธรรม์และจำนวนวงเงินที่กำหนด

ประกันเดินทางมีกี่ประเภท?

1.ประกันการเดินทางแบบรายเที่ยว

เป็นลักษณะของการซื้อประกันตามรอบการท่องเที่ยวของผู้ซื้อและให้ความคุ้มครองเฉพาะวัน-เวลาที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น เช่น คุ้มครอง 30 วัน

2.ประกันเดินทางแบบรายปี

อีกรูปแบบจะเหมาะกับคนที่ต้องเดินทางบ่อย สามารถซื้อเหมาแบบรายปีเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายได้เลย การให้ความคุ้มครองอยู่ที่ 365 วัน นับจากวันที่ซื้อ ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเดินทาง แต่ทั้งนี้มักมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเล็กน้อย คือ การเดินทางต่อครั้ง ห้ามต่อเนื่องเกิน 90 วัน หรือ 3 เดือน

ประกันเดินทางคุ้มครองอะไรบ้าง?

  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บระหว่างท่องเที่ยว หรือค่าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาซึ่งอยู่ในเงื่อนไขของประกัน เช่น ค่าส่งตัวฉุกเฉินเร่งด่วน การส่งตัวรักษาต่อยังประเทศต้นทาง
  • ค่าสินไหมกรณีเสียชีวิตระหว่างเดินทาง
  • คุ้มครองทรัพย์สินส่วนบุคคล กระเป๋าเดินทางเสียหาย/สูญหาย
  • คุ้มครองเที่ยวบินดีเลย์ ล่าช้า ตกเครื่อง หรือมีการยกเลิกเที่ยวบินจากเหตุต่าง ๆ
  • การให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายเงื่อนไขที่ประกันเดินทางไม่ได้คุ้มครองจึงต้องศึกษาข้อมูลให้ชัดเจน เช่น การเมาสุรา ตรวจพบสารเสพติด ทำร้ายร่างกายตนเอง ฆ่าตัวตาย แท้งบุตร มีการจลาจล สงคราม ชุมนุม การเล่นกีฬาอันตราย กัมมันตภาพรังสี เชื้อเพลิง อาวุธนิวเคลียร์ ขับขี่จักรยานยนต์ ขับขี่เฮลิคอปเตอร์ ทำประกันในประเทศแต่เดินทางออกนอกประเทศ เป็นต้น

เลือกประกันเดินทางอย่างไรดี?

1.ประเมินจากกิจกรรมท่องเที่ยวของตนเอง

เงื่อนไขแรกในการเลือกซื้อ คุณต้องประเมินจากกิจกรรมการเที่ยวของตนเอง หากมีความโลดโผน แอดเวนเจอร์ ผจญภัย หรือสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ (แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขรับประกัน) การเลือกซื้อประกันที่เน้นค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ ถือเป็นคำตอบที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ถ้าเป็นการท่องเที่ยวแบบชิลชิล ก็เลือกแบบทั่วไป ราคาไม่แพงมาก หรือกรณีประเมินว่าสภาพอากาศในระหว่างเที่ยวไม่ค่อยดี เที่ยวบินมีโอกาสยกเลิกสูง จะเลือกคุ้มครองไฟลต์ดีเลย์วงเงินแพง ๆ ก็ตามสะดวก

2.ราคากับงบประมาณที่พร้อมจ่าย

การประเมินงบประมาณเบื้องต้นที่ตนเองพร้อมจ่าย ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณเซฟเงินในกระเป๋ามากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเลือกซื้อแผนแพงที่สุดหากทริปเที่ยวนี้ไม่ได้เสี่ยงอันตรายใด ๆ เช่น อยู่แต่ในเมืองใหญ่ แต่ถ้าใครกังวลอยากเที่ยวแบบสบายใจ อยากเลือกงบสูง แผนดูแลแบบจัดเต็มก็ไม่มีปัญหา

3.บริษัทประกันที่จะซื้อ

เป็นอีกสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด เพราะบริษัทประกันมีผลต่อการเคลมและการดูแลให้ความคุ้มครองอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่แนะนำให้ซื้อกับบริษัทที่มีเครือข่ายต่างประเทศ จับมือเป็นพันธมิตร หรือบริษัทที่มีความมั่นคงสูง เผื่อเวลาต้องทำเรื่องเคลมจริง จะได้ไม่ต้องยุ่งยาก หรือในกรณีต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ก็สามารถติดต่อได้ง่ายดาย ไม่เสียเวลารอนานจนอาจเกิดเรื่องร้ายแรงอื่นเพิ่มเติม

ขอบคุณข้อมูล SCB Protect