นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ได้เร่งรัดดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ “บุหรี่ไฟฟ้า” โดยเฉพาะการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ ที่มีความเกี่ยวข้องทุกรูปแบบ เพื่อเป็นการตัดวงจรช่องทางการซื้อ-ขาย และการลักลอบนำเข้า ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐบาล ได้ให้ความสำคัญกับการปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้า” พร้อมกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2567-19 มี.ค. 68 กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ ที่เกี่ยวข้องกับ “บุหรี่ไฟฟ้า” แล้ว 9,515 รายการ
สำหรับประเภทแพลตฟอร์มที่มีการปิดกั้นตามระยะเวลาดังกล่าว มีดังนี้ 1.แพลตฟอร์มเอ็กซ์ จำนวน 9,226 รายการ 2.เว็บไซต์ จำนวน 235 รายการ 3.เฟซบุ๊ก จำนวน 28 รายการ 4.อินสตาแกรม จำนวน 12 รายการ และ 5.ติ๊กต็อก จำนวน 14 รายการ นอกจากนี้ยังดำเนินการปิดกั้นกลุ่มเฟซบุ๊ก ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า แล้วจำนวน 120 กลุ่ม
“กระทรวงดีอีจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวัง ตรวจสอบติดตามการซื้อ-ขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง และขอเตือนว่าบุหรี่ไฟฟ้าต่อผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและเยาวชน นอกจากนี้ ยังมีความผิดตามกฎหมายอีกด้วย โดย “ผู้ใดขายหรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาเติม” มีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 24/2567 และ “การซื้อ หรือ ครอบครอง” มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับเป็นเงิน 4 เท่าของสินค้านั้น หรือทั้งจำทั้งปรับ และ “การนำเข้าของที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร” มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของนั้น ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่สาธารณะหรือเขตปลอดบุหรี่ ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท” นายประเสริฐ กล่าว



