เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรชล ถาวรพงษ์ รองผอ.สำนักเทศกิจ กทม. กล่าวถึงการกวดขันกวาดล้างแรงงานต่างด้าวที่มาทำงานผิดประเภทในพื้นที่ กทม. ว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามนโยบาย 9 ด้าน 9 ดีของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ในเรื่องบริหารจัดการดีและปลอดภัยดี ซึ่งที่ผ่านมา กทม.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่าพบคนต่างด้าวทำการค้าขายมากขึ้น เช่น รถเข็นขายผลไม้และน้ำผลไม้ ตามแหล่งท่องเที่ยวหรือตามจุดที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก อาทิ พื้นที่ประตูน้ำ วังหลัง สุขุมวิท สีลม โดย ส่วนมากที่พบจะเป็นชาวเวียดนาม และเมียนมา

กรุงเทพมหานครในฐานะคนดูแลเมืองต้องจัดระเบียบเมืองให้มีความสวยงาม สำนักเทศกิจมอบนโยบายให้กับเจ้าหน้าที่เทศกิจและเทศกิจเขต 50 เขต ลงพื้นที่ตรวจสอบก็พบรถเข็นขายของในพื้นที่สาธารณะ และผู้ขายก็เป็นแรงงานต่างด้าว ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจพบจะดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่ หากพบว่าทำการค้าขายในพื้นที่สาธารณะจะทำการยึดอุปกรณ์ที่ใช้ทำการค้าและไม่สามารถมาไถ่คืนได้

ส่วนตัวของแรงงานต่างด้าวที่กระทำผิด เจ้าหน้าที่เทศกิจจะนำตัวส่งตำรวจ สน.ท้องที่เพื่อดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ เนื่องจากมีความผิดตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ห้ามคนต่างด้าวทำงานที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกมาตรา 7 วรรคหนึ่ง หรือทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษทางอาญา และเมื่อศาลตัดสินเรียบร้อยก็จะผลักดันออกนอกประเทศ ทั้งนี้กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้กำหนดอาชีพต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว ห้ามประกอบอาชีพโดยเด็ดขาด เช่น มัคคุเทศก์ ขายของ ขายของหน้าร้าน การตัดผม เป็นต้น ซึ่งอาชีพเหล่านี้สงวนไว้ให้คนไทย

ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในร้านอาหาร สถานประกอบการ อาคารต่างๆ แต่ทำงานผิดประเภทจากใบอนุญาตให้ประกอบอาชีพ เมื่อได้รับการร้องเรียน สำนักเทศกิจ จะประสานกรมการจัดหางาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบ หากพบนอกจากแรงงานต่างด้าวที่มีความผิดแล้ว เจ้าของกิจการหรือสถานประกอบการก็จะมีความผิดด้วย เช่น อนุญาตให้ขายของหน้าร้าน หรือขายของในแผงค้าตามตลาดสด จะมีโทษปรับสูงสุดสูงถึง 100,000 บาท

“ปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนในพื้นที่ห้วยขวางเพิ่มขึ้นว่าพบแรงงานต่างด้าวเข็นรถขายน้ำผลไม้และผลไม้ บริเวณสถานีรถไฟใต้ดิน MRT ส่วนใหญ่เป็นชาวเวียดนามนั้น ตนเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบ หากพบก็จะดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ทันที เพื่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ประชาชนพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแส ได้ที่ทราฟฟี่ฟองดูว์หรือสายด่วนของกรมการจัดหางานได้ หากประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาก็จะทำให้บุคคลเหล่านี้ก็ไม่กล้ากระทำผิดซ้ำ และการฝ่าฝืนลักลอบค้าขายก็จะหายไป”.