เมื่อวันที่ 24 ก.ค. นายพรชัย ศรีถกลธร ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กทท. พร้อมด้วยพนักงาน กทท. รวมตัวแสดงพลัง และยื่นแถลงการณ์ในรูปแบบจดหมายเปิดผนึก ต่อประธานกรรมการ และคณะกรรมการ กทท. เพื่อแสดงจุดยืนต่อแนวคิดการปิด และย้ายท่าเรือกรุงเทพ รวมถึงการนำพื้นที่ของ กทท. ไปพัฒนาโครงการอื่น ภายหลังการแถลงข่าวของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2569

นายพรชัย กล่าวต่อว่า สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กทท. และพนักงาน ได้แสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว โดยเห็นว่าท่าเรือกรุงเทพยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของประเทศ ทั้งในด้านการให้บริการนำเข้า และส่งออก การสร้างรายได้ให้แก่องค์กร และภาครัฐ ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการ สายเรือ ธุรกิจขนส่ง และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก

นายพรชัย กล่าวอีกว่า สิ่งที่พนักงานรู้สึกตรงกันคือ ท่าเรือกรุงเทพมีคุณค่า และมีความหมายต่อประเทศ เป็นพื้นที่​สร้างงาน สร้างรายได้ และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาหลายสิบปี พนักงานทุกคนทุ่มเททั้งแรงกาย และแรงใจ จน กทท. สามารถสร้างรายได้ และนำส่งรัฐได้ในระดับต้นๆ ของประเทศ เมื่อมีแนวคิดจะปิดหรือย้ายท่าเรือ จึงเป็นเรื่องที่กระทบต่อความรู้สึก และขวัญกำลังใจของคนทำงานอย่างมาก

นายพรชัย กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ไม่ได้ผลกระทบเฉพาะพนักงานเท่านั้น แต่กระทบไปถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ สายเรือ ธุรกิจขนส่งต่างๆ  และประชาชนในชุมชนคลองเตยอีกจำนวนมาก หลายครอบครัวใช้ชีวิต และทำมาหากินอยู่กับท่าเรือแห่งนี้ การย้ายท่าเรือจึงหมายถึงการเปลี่ยนแปลงชีวิต และความเป็นอยู่ของผู้คนจำนวนมาก ทั้งยังเห็นว่านโยบาย​นี้เป็นการขายฝันของการพัฒนา​อสังหาริมทรัพย์ที่รายได้จะตกเป็น​ของกลุ่มทุน มากกว่าความต้องการพัฒนา​เมืองหรือยกระดับโครงการ​เศรษฐกิจ ทั้งนี้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กทท. ยืนยันว่าจะติดตามความชัดเจนของนโยบายอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการในแนวทางที่เห็นสมควร พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน