เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตข้าราชการและนักเคลื่อนไหวอิสระด้านป่าไม้ ได้ทำหนังสือร้องเรียนส่งถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการตรวจสอบ “โครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ” หลังพบกระบวนการสอบสวนมีความล่าช้าอย่างผิดปกติยาวนานกว่า 10 ปี

โดยหนังสือร้องเรียนระบุว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นจากการยื่นเรื่องร้องเรียนโดย นายดำรงค์ พิเดช ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ส่งเรื่องต่อให้ ป.ป.ช. พิจารณาตามขั้นตอนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 รวมถึงมีการยื่นหนังสือติดตามผลอย่างต่อเนื่องในเดือนมกราคมและมีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา แต่กระบวนการไต่สวนกลับยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

นายชัยวัฒน์ ระบุเพิ่มเติมว่า ความล่าช้าดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ โดยเฉพาะกรณีแนวเขตของโครงการถูกนำไปใช้ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบด้วยกฎหมายในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สลิดและป่าโป่งแดง จ.ตาก ในช่วงปี พ.ศ. 2558, 2560 และ 2561 หากเจ้าหน้าที่เร่งรัดปราบปรามแต่แรก จะสามารถยับยั้งการถือครองและทำลายพื้นที่ป่าสมบูรณ์ได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ การประวิงเวลาไต่สวนยังสุ่มเสี่ยงทำให้ความผิดในบางข้อหาต้องหมดอายุความลง อีกทั้งยังไม่มีการตอบรับหนังสือร้องเรียน ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและการรวบรวมพยานหลักฐาน ในขณะที่อดีตผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ กลับมีความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตั้งแต่ระดับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ ได้เรียกร้องให้เลขาธิการ ป.ป.ช. มีคำสั่งเร่งรัด ตรวจสอบ และติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทั้งหมด เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม ตามมาตรฐานเดียวกับคดีทั่วไปโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อคลายข้อสงสัยของสังคม และเอื้อประโยชน์ต่อการคุ้มครองรักษาผลประโยชน์ของทางราชการและแผ่นดินต่อไป.