เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.สุราษฎร์ธานี เดินหน้ากวาดล้างนอมินีต่างชาติในพื้นที่เกาะสมุย หลังร่วมเปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 7” สนองนโยบาย ผบ.ตร. และ ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.) ดำเนินคดีนักธุรกิจฝรั่งเศส พร้อมนอมินีคนไทย 5 ราย และนิติบุคคล 2 บริษัท

พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ กองบัญชาการตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานจากสถานทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ว่ามีพลเมืองชาวฝรั่งเศส ก่อเหตุฉ้อโกงชาวฝรั่งเศสด้วยกัน แล้วนำเงินมาประกอบธุรกิจในประเทศไทย กองบัญชาการตรวจคนเข้าเมือง จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 และ ตม.สุราษฎร์ธานี สืบสวน เนื่องจากพบว่าผู้ที่ก่อเหตุ คือ นายสเตฟาน เทียร์รี่ บาสต๊อค หรือ สตีฟ อายุ 74 ปี สัญชาติฝรั่งเศส และถูกดำเนินคดีในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการหลอกเพื่อนร่วมชาติ 8 รายให้ร่วมลงทุนเปิดฟาร์มกัญชาคนละประมาณ 3.3 ล้านบาท รวมเป็นเงินกว่า 26.4 ล้านบาท (ประมาณ 900,000 ยูโร) แต่ว่าการลงทุนฟาร์มกัญชาไม่เกิดขึ้นจริง พนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด และ สภ.เกาะสมุย ได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาแล้ว ซึ่งจากการสืบสวนของ ตม. พบพิรุธเกี่ยวกับการถือหุ้นและการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทน ตม.สุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบเส้นทางการดำเนินธุรกิจและการถือครองทรัพย์สินของนายสเตฟานอย่างละเอียด ก่อนพบความเชื่อมโยงกับบริษัท ไอดา.บี จำกัด และ บริษัท ไอดีเอ บี โดเมน จำกัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจที่พักในพื้นที่หมู่ 5 ต.ลิปะน้อย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

โดยพบว่า บริษัทไอดา.บี จำกัด ถือครองที่ดิน 7 ไร่ 3 งาน 80 ตารางวา ต่อมาในปี 2564 ได้ก่อสร้างอาคาร 3 ชั้น ก่อนนำไปดำเนินธุรกิจที่พักในชื่อ “IDA B DOMAIN” โดยบริษัทไอดีเอ บี โดเมน จำกัด ซึ่งมีห้องพัก 12 ห้อง พร้อมห้องอาหาร และมีการโฆษณารับจองห้องพักแบบรายวันผ่านแพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ แต่ไม่พบใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมจากนายทะเบียนโรงแรมอำเภอเกาะสมุย นอกจากนั้นยังพบว่าอาคารและสิ่งก่อสร้างในบริเวณพื้นที่ของนายสตีฟ ไม่เป็นไปตามใบอนุญาตก่อสร้าง ตามที่ระบุว่าเป็นการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยแบบชั้นเดียว

ขณะที่การตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและงบการเงิน พบข้อพิรุธชัดเจนคือ บริษัท ไอดา.บี จำกัด ส่งงบการเงินขาดทุนต่อเนื่อง ไม่มีรายได้จริง มีไว้เพียงเพื่อถือครองที่ดิน โดยมีนอมินีคนไทย 3 ราย ถือหุ้นรวม 60% ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงลูกจ้างร้านอาหารและพนักงานขับรถ ไม่มีศักยภาพในการลงทุน ส่วนบริษัท ไอดีเอ บี โดเมน จำกัด มีนอมินีคนไทย 2 ราย ถือหุ้นรวม 60% โดย 1 ในผู้ถือหุ้นคนไทยยอมรับว่าเป็นเพียงลูกจ้างที่ถูกนำชื่อมาเป็นกรรมการและจัดการเอกสาร ไม่มีอำนาจทางการเงิน โดยพบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีนิติบุคคลเข้าบัญชีส่วนตัวของนายสเตฟานกว่า 7.7 ล้านบาท และโอนให้บุตรชายอีกกว่า 1.5 ล้านบาท ชี้ชัดว่านายสตีฟเป็นเจ้าของทุนและผู้ควบคุมกิจการทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว

เจ้าหน้าที่จึงมอบหมายให้ ร.ต.อ.อรุณ มูสิกิ้ม รอง สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับนายสเตฟาน เทียร์รี่ บาสต็อค ความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (ม.8, ม.36, ม.37, ม.41) และประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 รวมถึงประสานให้เทศบาลนครเกาะสมุย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กรณีก่อสร้างอาคารและใช้อาคารไม่เป็นไปตามอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร

และดำเนินคดี บริษัท ไอดา.บี จำกัด และ บริษัท ไอดีเอ บี โดเมน จำกัด ความผิดฐานเป็นคนต่างด้าวร่วมกันประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ยินยอมให้คนไทยถือหุ้นแทน และประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนกลุ่มคนไทย 5 ราย ดำเนินคดีความผิดฐานเป็นผู้มีสัญชาติไทยให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย (ม.36) และความผิดในฐานะกรรมการบริษัท (ม.41)

พ.ต.อ.นฤวัต กล่าวว่า กรณีการกระทำผิดของนายสตีฟ เห็นได้ชัดว่าเป็นการนำเงินที่ได้จากการกระทำผิดกฎหมายมาลงทุน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีความผิดเข้าข่ายฐานฟอกเงินด้วยหรือไม่ เนื่องจากมีพยานหลักฐานและข่าวสารที่เชื่อถือได้ว่าก่อนหน้านี้นายสตีฟได้มีการประกาศขายโรงแรมและสิ่งปลูกสร้างและที่ดิน ในราคา 300 ล้านบาท ซึ่ง ตม.จว.สุราษฎร์ธานี จะได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และดำเนินการในขั้นตอนต่อไป