หลายคนคงเคยได้ยินคำถามยอดฮิตว่า “ถอนฟันคุดแล้วหน้าเรียวขึ้นจริงไหม?” หรือสงสัยว่า “ฟันคุดไม่ปวดต้องถอนหรือเปล่า?” วันนี้เรามีคำตอบจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลปักกิ่ง มาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับ 7 ปัญหาช่องปากที่พบบ่อย พร้อมคำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากให้แข็งแรง

  1. ฟันคุดไม่ปวดต้องถอนไหม?

โดยทั่วไป หากฟันคุดขึ้นในตำแหน่งที่ปกติ และมีหน้าที่ในการบดเคี้ยว ก็ไม่จำเป็นต้องถอน แต่ถ้าฟันคุดเอียงไปกดฟันซี่อื่น หรือขึ้นในตำแหน่งที่ทำความสะอาดได้ยาก ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อพิจารณาถอน

  1. ถอนฟันคุดแล้วหน้าเรียวจริงไหม?

การถอนฟันคุดไม่ได้ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลง เนื่องจากรูปทรงของใบหน้าส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อน ในบางกรณีที่ฟันคุดขึ้นเอียงไปด้านแก้มมาก ๆ การถอนฟันคุดอาจทำให้แก้มดูเล็กลงได้บ้าง แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน้อยมาก

  1. ปากเหม็นเรื้อรังเกิดจากอะไร?

ปากเหม็นมีสาเหตุทั้งจากปัจจัยทางสรีรวิทยา เช่น อาหารบางชนิด การสูบบุหรี่ และปัจจัยทางพยาธิวิทยา เช่น โรคในช่องปาก โรคระบบทางเดินอาหาร การรักษาอาการปากเหม็นขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากโรคในช่องปาก ควรปรึกษาทันตแพทย์ หากเกิดจากโรคระบบทางเดินอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ระบบทางเดินอาหาร

  1. ลูกมีกลิ่นปากรุนแรงควรทำอย่างไร?

กลิ่นปากในเด็ก อาจเกิดจากเศษอาหารที่ตกค้างในช่องปาก หรือเกิดจากการติดเชื้อในช่องปากและลำคอ ควรพาลูกไปพบทันตแพทย์ หรือแพทย์หู คอ จมูก เพื่อตรวจหาสาเหตุ และรับการรักษาที่เหมาะสม

  1. ปวดฟันจนนอนไม่หลับทำอย่างไร?

อาจใช้ยาแก้ปวด เช่น ไอบูโพรเฟน ใช้กานพลูหรือน้ำมันกานพลูแต้มบริเวณที่ปวดเพื่อบรรเทาอาการชั่วคราว และควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และรับการรักษาที่เหมาะสม

  1. โรคปริทันต์ หรือ โรครำมะนาด รักษาอย่างไร?

โรคปริทันต์ (Periodontal disease) หรือที่เรียกกันว่า “โรครำมะนาด” คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบ และติดเชื้อของเนื้อเยื่อรอบๆ ฟัน ได้แก่ เหงือก เอ็นยึดปริทันต์ และกระดูกเบ้าฟัน ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ช่วยยึดฟันให้แข็งแรงในช่องปาก หากไม่ได้รับการรักษา โรคปริทันต์อาจนำไปสู่การสูญเสียฟันได้

สาเหตุหลักของโรคปริทันต์ คือการสะสมของคราบจุลินทรีย์ (plaque) ซึ่งเป็นแผ่นฟิล์มเหนียวที่ก่อตัวขึ้นบนฟัน และตามแนวเหงือก คราบจุลินทรีย์นี้ เต็มไปด้วยแบคทีเรียที่ผลิตสารพิษ ซึ่งจะทำลายเนื้อเยื่อเหงือกและกระดูกรอบๆ ฟัน

โรคปริทันต์จำเป็นต้องรักษาโดยทันตแพทย์ การรักษาจะเริ่มจากการทำความสะอาดช่องปาก ขูดหินปูน และอาจต้องผ่าตัดในกรณีที่รุนแรง

  1. โรคปริทันต์ควรดูแลเรื่องอาหารอย่างไร?

ผู้ป่วยโรคปริทันต์ ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปาก เช่น อาหารที่มีโปรตีนสูง วิตามิน และแร่ธาตุ ควรหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เหนียว หรือมีรสหวานจัด เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง และทำความสะอาดยาก

อย่าละเลยสุขภาพช่องปากของคุณ! หากมีข้อสงสัยหรือปัญหา ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม.

ที่มาและภาพ : sohu, freepik