น.ส.หรรษา อาภานุกูล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด การ์มิน ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปี 67 ที่ผ่านมา เป็นปีแห่งการเติบโตและเป็นปีแห่งความสำเร็จของ การ์มิน ที่ถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สามารถททำรายได้ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2 แสนล้านบาท เติบโตกว่า 20% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสการให้ความสำคัญกับสุขภาพที่ยังมาแรงต่อเนื่องทั่วโลก ประกอบกับความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดยั้ง จึงเข้าไปช่วยตอบโจทย์เทรนด์การดูแลสุขภาพของผู้คนในปัจจุบันที่หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น

“สำหรับเทรนด์การดูแลสุขภาพในปัจจุบัน ผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น หมายถึงการใส่ใจสุขภาพในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ รวมถึงสังคม โดยมีเป้าหมายในการป้องกันโรค และดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน ช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว โดยมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการข้อมูลสุขภาพ อุปกรณ์สวมใส่ อย่างสมาร์ตวอตช์ จึงได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการมอนิเตอร์ข้อมูลสุขภาพ ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้ง่ายและเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้เกิดการตระหนักรู้เรื่องสุขภาพร่างกายของตัวเอง และกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นแบบเชิงรุก”

น.ส.หรรษา กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ช่วยตอบโจทย์ผู้ใช้ในการดูแลสุขภาพและพัฒนาทักษะการเล่นกีฬาแล้ว การ์มินยังมุ่งมั่นในการทำการศึกษาและวิจัยร่วมกับพาร์ทเนอร์ในหลากหลายอุตสาหกรรมผ่าน Garmin Health Solution เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงประโยชน์และความสำคัญของการติดตามข้อมูลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำข้อมูลไปใช้ต่อยอด อาทิ ใช้ในการวางแผนรักษาผู้ป่วยของทีมแพทย์ หรือวางแผนส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้พนักงาน

โดยล่าสุด Garmin ได้ร่วมมือกับนักวิจัยจาก Harvard Kennedy School of Government และ Harvard T.H. Chan School of Public Health ร่วมกับ สถาบัน Wellbeing Research Centre ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (University of Oxford) มหาวิทยาลัยวอร์วิค (University of Warwick) มหาวิทยาลัยซัสแคตเชวัน (University of Saskatchewan) และบริษัท Avicenna Research ทำงานวิจัยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพและความสุข โดยทำแบบสอบถามและเก็บข้อมูลผ่านสมาร์ตวอตช์ของ Garmin

การศึกษานี้ได้ทำผ่านโครงการนำร่อง (Pilot Study) และจะขยายสู่งานวิจัยที่ใช้กลุ่มตัวอย่างใหญ่ขึ้นถึง 10,000 คน ซึ่งจะเปิดรับสมัครผู้ใช้การ์มิน จากทั่วโลกมาเป็นกลุ่มตัวอย่าง ผู้สวมใส่สมาร์ตวอตช์ การ์มิน สามารถเป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิจัยได้ ศึกษาเพิ่มเติมที่ https://www.healthandhappinessstudy.com/ ซึ่งในการวิจัยนำร่องได้เผยผลการศึกษาที่น่าสนใจหลายประการ ได้แก่

การออกกำลังกายและการนอนหลับอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ซึ่งวัดผลด้วยอุปกรณ์ การ์มิน มีความสัมพันธ์อย่างมากต่อความสุขที่เพิ่มขึ้น และระดับความเครียดที่ลดลง

ความมั่นคงทางอารมณ์แตกต่างกันไปตามอายุ โดยผู้ที่มีอายุมากมีความมั่นคงทางอารมณ์มากกว่า ในขณะที่ผู้ที่มีอายุน้อยมีความแปรปรวนทางอารมณ์มากกว่า

ผู้เข้าร่วมรู้สึกว่าการติดตามอารมณ์ของตัวเองตลอดวัน เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและยังพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความสุขที่สุด เมื่อมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรมและสังคม เมื่อได้รับประทานอาหาร หรือเมื่อได้ใช้เวลาร่วมกับเพื่อนและครอบครัว

“งานวิจัยชิ้นนี้ แสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายและการนอนมีผลต่อความเครียดและความสุข และการที่เราจะทราบว่าร่างกายของตนเอง มีการออกกำลังกายและการนอนที่เพียงพอหรือไม่นั้น ต้องอาศัยเทคโนโลยีในการติดตามและวัดผล สมาร์ตวอตช์จึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้ทราบข้อมูลสุขภาพเหล่านี้ และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อความสุขด้วย” น.ส.หรรษา กล่าว