เมื่อวันที่ 7 พ.ค. พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6 ได้สั่งการให้ตำรวจสืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 เร่งคลี่คลายคดี มิจฉาชีพหลอกลวงประชาชน โดยจับกุม นายนพรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสวรรคโลก ที่ จ.37/2569 ลงวันที่ 5 พ.ค. 69 ความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อันเป็นเท็จ ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายแจ้งความตำรวจ สภ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ว่าถูกมิจฉาชีพหลอกเป็น นายอำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ชักชวนให้ลงทุนเพื่อหารายได้พิเศษ โดยโอนเงินเข้าแอปเพื่อส่งเสริมสินค้าให้กับทางร้าน จากนั้นจะได้ผลตอบแทน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปรวม 187 ครั้ง มูลค่าความเสียหาย 8,605,788.86 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่พบว่าหลักฐานเชื่อมโยงกับ นายนพรัตน์ จึงขอศาลอนุมัติหมายจับ

ขณะที่ นายนพรัตน์ ให้การรับสารภาพอ้างว่า ต้นปี 2567 ตนทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ในตึก 25 ชั้น ทำหน้าที่เป็นแอดมินหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งหลอกแต่ละครั้ง เหยื่อทำการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของที่ทำงาน (แก๊งคอลฯ) โดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท ต่อมายังรับมอบโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อรายนี้ จึงโทรฯ หลอกลวงเหยื่อครั้งแล้วครั้งเล่า ภายหลังนายจ้างเริ่มบ่ายเบี่ยงไม่จ่ายเงินค่าจ้างให้เหมือนเดิม ตนจึงหาช่องทางแอบนำบัญชีธนาคารของตนเอง ไปรับเงินจากเหยื่อที่ถูกหลอกโอนเงินแทนบัญชีของแก๊งคอลฯ

จนกระทั่งเดือนมกราคม 2568 ตนหนีออกจากที่ทำงานกลับมาประเทศไทย โดยนำโทรศัพท์เครื่องที่ใช้โทรฯ หลอกเหยื่อกลับมาด้วย จากนั้นโทรฯ หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินมาให้ที่บัญชีธนาคารของตนเรื่อยมาเป็นเวลานับปี กระทั่งต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผู้ต้องหาพูดคุยกับผู้เสียหายเพื่อหลอกลวงเงินอีก แต่ผู้เสียหายเริ่มรู้ว่าถูกหลอกแล้ว จึงลบข้อมูลในโทรศัพท์ในเครื่องดังกล่าวออก หลังจากนั้นบัญชีธนาคารถูกอายัด พร้อมลบแอปพลิเคชันธนาคารออก แล้วล้างเครื่อง จากนั้นได้นำโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวไปให้ผู้อื่นใช้งาน สำหรับเงินที่ได้มานั้นนำไปใช้จ่ายจนหมดแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.