ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส  เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2569 ตามเวลาท้องถิ่นของฝรั่งเศส นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างร่วมการประชุมคณะมนตรีองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD Ministerial Council Meeting 2026) ณ ประเทศฝรั่งเศส ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยื่นหนังสือถึงไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

นายสีหศักดิ์ ระบุว่า การตัดสินใจของกัมพูชาไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอย่างแท้จริง และถ้อยแถลงของกัมพูชาก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ที่ผ่านมาไทยยกเลิก MOU 2544 เพราะไม่มีความคืบหน้ามานานกว่า 20 ปี โดยมีเจตนาเพื่อเริ่มต้นเจรจากันใหม่ ไม่ใช่เพื่อเลี่ยงพันธะกรณีตามที่กัมพูชากล่าวอ้าง ความจริงแล้วควรให้โอกาสการเจรจาระดับทวิภาคีก่อน เพราะกระบวนการประนอมภาคบังคับต้องใช้เวลาเกือบ 2 ปี ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนได้ชั่วคราว เจตนาของกัมพูชาจึงน่าสงสัยว่าต้องการสร้างเงื่อนไขและเอาเปรียบในเวทีโลก

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ความจริงแล้ว เขาควรจะบอกเราโดยตรง แล้วมาพูดคุยกันว่า ภายใต้กลไกแต่ละคนจะทำอะไรกันบ้าง แต่เขากลับออกมาประกาศต่อชาวโลก ต่อคณะทูต สร้างความได้เปรียบอะไรต่าง ๆ ให้เห็นว่าเขาเป็นฝ่ายที่มีความชอบธรรม เป็นฝ่ายรุกก่อน เกมแบบนี้เป็นเกมของฝ่ายกัมพูชามาโดยตลอด ซึ่งส่วนหนึ่งก็พูดว่าอยากจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ อีกส่วนหนึ่งก็พยายามดำเนินการในเวทีระหว่างประเทศแบบไม่จบเสียที ต้องถามว่า เมื่อไหร่เราจะจบสิ่งเหล่านี้ เมื่อไหร่เราจะเลิกเล่นเกมเสียที แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนไทยเองก็เข้าใจว่า ยังคงไม่เกิดขึ้นได้ในทันที ถ้าเขามีความตั้งใจ มันก็ต้องไม่ใช่ด้วยวิธีการอย่างที่เขาทำอยู่ในเวลานี้ ซึ่งกัมพูชาอ้างว่าสันติวิธีดีที่สุดแล้ว ตนก็สงสัยในเจตนาของฝ่ายกัมพูชา

“กัมพูชาพยายามเรียกร้องให้ฟื้นฟูความสัมพันธ์และพูดคุยเรื่องความมั่นคงชายแดน แต่กลับปิดประตูการเจรจาเรื่องเขตแดนทางทะเลเสียเอง การทำสวนทางกันเช่นนี้ย่อมกระทบต่อความไว้เนื้อเชื่อใจ หากกัมพูชาต้องการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีจริง การพูดคุยฉันเพื่อนบ้านคือสิ่งที่ดีที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น คำวินิจฉัยของกระบวนการประนอมภาคบังคับก็ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย สุดท้ายทั้งสองประเทศก็ต้องกลับมาเจรจากันอยู่ดี” นายสีหศักดิ์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยได้เตรียมพร้อมรับมือในเส้นทางนี้ไว้แล้ว โดยมั่นใจในข้อมูลและความสามารถที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งในวันที่ 3 มิ.ย. 2569 นายสีหศักดิ์จะเข้าหารือกับที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายชาวฝรั่งเศสเพื่อเตรียมการ

นอกจากนี้ มีรายงานว่า นายสีหศักดิ์ ได้ตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทยเร็วกว่ากำหนดเดิม 1 วัน โดยจะถึงไทยในเช้าวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เพื่อเตรียมชี้แจงต่อคณะทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย และเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง