วานนี้ (1 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวที่เรียกรอยยิ้มได้ เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งในเม็กซิโกพบสุนัขแสนรักที่หายตัวไปนานในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง
อาเล การ์เซีย เป็นเจ้าของสุนัขเพศเมียวัย 6 ปี ชื่อ “ลา กอร์ดา” ในเมืองซิวดัด วิกตอเรีย รัฐตาเมาลีปัส ประเทศเม็กซิโก สุนัขตัวนี้หายตัวไปจากบ้านของเธออย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม หลังจากนั้น 3 วัน เธอก็โพสต์ขอความช่วยเหลือจากสาธารณชนให้ช่วยตามหาสุนัขแสนรักตัวนี้ลงบนโซเชียลมีเดีย แต่ก็ไม่พบร่องรอยของมันเลย

แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พี่ชายของเธอก็สังเกตเห็นเจ้าลา กอร์ดา กำลังถูกแฟนบอลรายหนึ่งอุ้มไว้ระหว่างท่ามกลางฝูงชนที่กำลังเฉลิมฉลองชัยชนะของทีมชาติเม็กซิโกเหนือทีมสาธารณรัฐเช็กด้วยคะแนน 3-0 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจุดที่พบนั้นอยู่ห่างจากบ้านของเธอไปไกลราว 14 กิโลเมตร
การ์เซียเปิดเผยความรู้สึกกับสื่อท้องถิ่นว่า เธอมีอารมณ์ผสมปนเปกันไปหมด ทั้งอยากร้องไห้ อยากหัวเราะ อยากกอด และอยากจะดุเจ้าสุนัขสุดแสบในเวลาเดียวกัน เพราะในขณะที่คนในบ้านกำลังเป็นห่วงและออกตามหาแทบตาย แต่เจ้าตัวดีกลับหนีไปปาร์ตี้ฉลองบอลโลกอย่างสุดเหวี่ยง
????????????Una familia logró reencontrarse con su perrita después de un mes desaparecida, luego de identificarla en una transmisión en vivo durante los festejos por la victoria de México. El inesperado momento rápidamente se volvió viral y terminó con un final feliz.#México #Viral… pic.twitter.com/wHQmL7U5Bb
— Enlace Noreste | SIN CENSURA (@enlacenoreste) June 25, 2026
“ชีวิตดี๊ดีค่ะ” เจ้าของเผยด้วยความโล่งอกหลังจากได้กลับมาเจอสุนัขของเธออีกครั้ง “เม็กซิโกชนะบอลโลก แถมฉันยังได้หมาที่หายไปตั้งนานมากคืนเพราะไลฟ์สดอีก 555 ขอบคุณสำหรับทุกข้อความนะคะ ตอนนี้น้องกลับมาอยู่บ้านแล้ว และพวกเรากำลังจะพาน้องไปหาหมอค่ะ”
การ์เซีย กล่าวขอบคุณทุกข้อความที่สนใจไต่ถามและให้กำลังใจ พร้อมย้ำว่ากำลังนำสุนัขไปส่งโรงพยาบาลสัตว์เพื่อตรวจเช็กสุขภาพ
ชัยชนะในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ทำให้อารมณ์ร่วมของแฟนบอลเม็กซิกันพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก หลังทีมชาติเพิ่งเอาชนะเอกวาดอร์ด้วยคะแนน 2-0 และผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จในรอบ 40 ปี โดยมีแนวโน้มว่าจะต้องไปดวลแข้งกับทีมชาติอังกฤษในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่สนามแอซเทกาต่อไป
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : Facebook / Ale Garcia



