“กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม” หรือกรมโลกร้อน ได้สรุปความท้าทาย และความคืบหน้าเวที COP29 ว่า การกำหนดเป้าหมายทางการเงินใหม่ (NCQG) เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของเวที COP29 แทนเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้เมื่อปี 52 ระบุให้ประเทศพัฒนาแล้วสนับสนุนเงินทุน 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ให้กับประเทศกำลังพัฒนา เป้าหมายเดิมนี้จะหมดอายุในปี 68 และผู้เชี่ยวชาญเสนอว่า เป้าหมายใหม่ควรเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ภายในปี 73 สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของประเทศกำลังพัฒนา นอกจากประเด็นการเงินแล้ว ลดการใช้พลังงานฟอสซิลก็เป็นอีกหัวข้อสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยประเทศในยุโรปได้เรียกร้องให้มีการระบุความมุ่งมั่นนี้ในข้อตกลงของ COP29 อย่างชัดเจน

การประชุม COP29 เน้นถึงความสำคัญการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืน นอกจากคำมั่นด้านพลังงานแล้ว การสนับสนุนด้านการลงทุนก็มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งนี้ โดยธนาคารพัฒนาแห่งยุโรป ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย และธนาคารโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย ได้ตกลงร่วมกันสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใน อาเซอร์ไบจาน 2 แห่ง ใช้งบประมาณรวมกว่า 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังเป็นตัวอย่างสำคัญของการร่วมมือระหว่างประเทศและองค์กรทางการเงินในการผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนให้ขยายตัวระดับโลก

ทว่าการเจรจาในประเด็นดังกล่าวยังมีความซับซ้อน โดยต้องกำหนดโครงสร้างของเป้าหมายใหม่ เช่น แหล่งที่มาของเงินทุน รูปแบบการสนับสนุน เช่น การให้เปล่าหรือเงินกู้ และข้อกำหนดการรายงานความโปร่งใส แม้ว่าจะมีข้อเสนอที่หลากหลาย แต่ความแตกต่างระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการตกลงร่วมกัน

ในแง่ของการเงินเพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานล่าสุดของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ชี้ว่า ประเทศเปราะบางต้องการเงินถึง 359,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี เพื่อรองรับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่การสนับสนุนในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าความต้องการอย่างมาก โดยปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเพียง 6,000 ล้านดอลลาร์

การมีส่วนร่วมภาคเอกชนถูกมองว่า เป็นส่วนสำคัญในการเติมเต็มช่องว่างทางการเงินแก้ปัญหา โดยเฉพาะการส่งเสริมตลาดคาร์บอนคุณภาพสูง การลดอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิล และการสร้างแรงจูงใจผ่านมาตรการทางการเงิน เช่น การเก็บภาษีจากกิจกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง อีกหนึ่งความท้าทายที่ถูกพูดถึงคือการจัดการกับขยะอาหาร รายงานล่าสุดเผยว่า มีเพียง 12% ของประเทศที่เข้าร่วมเวที COP29 เท่านั้นที่กำหนดนโยบายลดขยะอาหารในระดับชาติ ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในเรื่องนี้

แม้การประชุม COP29 จะมีความคืบหน้าไปในหลายประเด็นสำคัญ แต่ยังมีข้อท้าทายใหญ่หลวงที่ต้องแก้ไขในอนาคต ทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศ การสนับสนุนทางการเงินที่เพียงพอ และการดำเนินการตามเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน.