เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ “นายชุติเดช กมนณชนุตม์” ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) “นายชาคริต ตันพิรุฬห์” นายอำเภอทองผาภูมิ และ “พ.อ.พรรณศักย์ เพรียวพานิช” ผบ.ฉก.ลาดหญ้า คณะเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังลงพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ หมู่ที่ 4 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี หลังได้รับรายงานจากสายข่าวว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบเข้าพื้นที่พร้อมอาวุธเพื่อขุดหาแร่ทองคำ
โดยทีมปฏิบัติการนำโดย “นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข” นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ เริ่มออกลาดตระเวนเข้าพื้นที่ตั้งแต่เวลา 04.00 น. โดยเดินทางจากท้ายหมู่บ้านปิล๊อกคี่ไปตามเส้นทางทำไม้เก่า ลัดเลาะตามร่องห้วยและไหล่เขาที่เป็นป่ารกทึบไม่มีหมู่บ้าน ผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมไปทางทิศตะวันตกประมาณ 16 กิโลเมตร เพื่อเข้าสู่แปลงที่เคยมีการตรวจยึดมาก่อนหน้านี้
อีกทั้ง เมื่อเดินทางถึงเจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์หลายคันจอดอยู่ในพื้นที่ จึงกระจายกำลังแฝงตัวรอจนมีแสงสว่างก่อนออกตรวจพื้นที่อย่างละเอียด พบการบุกรุกขยายพื้นที่ด้วยการขุดหลุมขนาด 1×1 เมตร ลึก 10-15 เมตร จำนวนมาก มีร่องรอยการคัดเลือกดินและหินที่มีแร่ทองคำ รวมถึงการชักลากลงไปในลำห้วยเพื่อแปรรูปโดยการร่อนเอาเฉพาะดินหรือหินที่มีแร่ทองคำติดอยู่
จนกระทั่งเวลาประมาณ 07.30 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงกลุ่มบุคคลจำนวนมาก ทั้งชายและหญิงกำลังพูดคุยและทำอาหารในเพิงพักชั่วคราวริมลำห้วย จึงเข้าทำการจับกุมและสามารถควบคุมตัวผู้กระทำผิดได้ 11 คน แบ่งเป็น 4 คดี ดังนี้
คดีที่ 1 จับกุม “นางพอวา” ไม่มีนามสกุล อายุ 31 ปี เชื้อชาติกะเหรี่ยง และอาศัยบ้านใหม่ไร่ป้า (ปอสามต้น) หมู่ที่ 3 อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมของกลาง 6 รายการ รวมถึงถุงพลาสติก และกระปุกบรรจุดินรวมน้ำหนักกว่า 2 กิโลกรัม
คดีที่ 2 จับกุม “นางสาวดาวรรณ” ไม่มีนามสกุล อายุ 30 ปี เชื้อชาติกะเหรี่ยง และอาศัยบ้านใหม่ไร่ป้า (ปอสามต้น) หมู่ที่ 3 อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมของกลาง 5 รายการ รวมถึงถุงพลาสติกบรรจุดินรวมน้ำหนักกว่า 2.6 กิโลกรัม
คดีที่ 3 จับกุมผู้กระทำผิดจากประเทศเมียนมา 5 ราย ได้แก่ นายซอคอปะ (39 ปี) นายเค่อพลี่ (40 ปี) นายโซดา (30 ปี) นายเล็ก (27 ปี) และนางเอซีพอ (38 ปี) พร้อมของกลางสำคัญคือ อาวุธปืนยาวลูกกรด .22 พร้อมกล้องติดปืนและเครื่องกระสุน 45 นัด อุปกรณ์ขุดดินอีก 15 รายการ รวมทั้งแผ่นกรองทองและเรียงร่อนแร่
คดีที่ 4 จับกุมผู้กระทำผิด 4 ราย ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน และบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ได้แก่ นายโลบุ๊ (31 ปี) นายตาล ทูน (51 ปี) นางมีทุย (40 ปี) และนางแอพอ (52 ปี) พร้อมของกลางที่น่าตกใจคือซากสัตว์ป่าสงวน ได้แก่ ซากเก้งหม้อเพศเมียน้ำหนัก 17.4 กิโลกรัม ซากอีเห็นธรรมดา 2 ตัว ซากกบทูด และซากตะพาบน้ำ รวมทั้งอาวุธปืนยาวลูกกรด .22 มม. ประกอบขึ้นเอง 2 กระบอก กระสุนปืน 4 นัด และหลอดพลาสติกบรรจุแร่ทองคำน้ำหนักรวม 14 กรัม นอกจากนี้ ยังตรวจยึดรถมอเตอร์ไซค์ 5 คัน อุปกรณ์ขุดดิน ร่อนแร่ และของกลางอื่นๆ อีกกว่า 24 รายการ รวมถึงกระสอบบรรจุดินหลายถุงที่เตรียมขนย้ายออกจากพื้นที่
นอกจากนี้ การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ “ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและ “นายอรรถพล เจริญชันษา” อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่ให้ทุกกลุ่มป่าจัดชุดปราบปรามดักซุ่มฝังตัวในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ป่า ขุดแร่ทอง และเผาป่าในพื้นที่อนุรักษ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปิล๊อกเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นแปลงคดี ที่เคยมีการตรวจยึดมาก่อนในเดือนพฤศจิกายน 2567 แต่ยังคงมีกลุ่มบุคคลแอบลักลอบเข้าไปบุกรุกแผ้วถางป่าและขุดดิน เพื่อร่อนหาแร่ทองคำซ้ำในพื้นที่เดิม ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิและป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาช้างเผือก การจับกุมครั้งนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณชัดเจน ถึงความเด็ดขาดในการปกป้องพื้นที่ป่าอนุรักษ์







