เมื่อวันที่ 6 ก.ค. น.ส.สาวิตรี เชื้อพงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติพุเตย ได้รับรายงานว่า มีการลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย จัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนตรวจสอบ จนพบร่องรอยการพักค้างแรมและรอยเท้าของมนุษย์ ซึ่งในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังติดตามรอยเท้าก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นสองนัด เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งติดตามไป

จนกระทั่งได้พบกลุ่มชาย 3 คน สะพายย่ามและปืนลูกซอง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม แต่กลุ่มชายดังกล่าวได้ทิ้งหลักฐานและแยกกันหลบหนี เนื่องด้วยชายกลุ่มดังกล่าวมีอาวุธปืน เจ้าหน้าที่จึงไม่ได้ติดตามเนื่องจากเกรงจะเกิดอันตราย โดยจากการตรวจสอบหลักฐานที่กลุ่มผู้กระทำผิดทิ้งไว้ พบซากเลียงผาเพศเมีย น้ำหนัก 24.5 กิโลกรัม โดยมีร่องรอยถูกกระสุนจำนวน 6 จุด อาวุธปืนลูกซองยาวจำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องแต่งกายสำหรับเดินป่า เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งเก็บ DNA และลายนิ้วมือจากอาวุธปืน และเข้าแจ้งความเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเร่งติดตามตัวกลุ่มผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

โดยเลียงผานั้นเป็นสัตว์ป่าสงวน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปีพุทธศักราช 2562 ซึ่งถือเป็นกลุ่มสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ห้ามมิให้ผู้ใดล่า ครอบครอง หรือค้าขายอย่างเด็ดขาด ซึ่งโทษของการล่าสัตว์ป่าสงวน มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี และปรับสูงสุดถึง 1.5 ล้านบาท จากการประเมินความเสียหายทางทรัพยากรธรรมชาติของเลียงผาตัวดังกล่าว เป็นเงิน 107,917 บาท โดยซากเลียงผาที่ตรวจยึด จะนำไปทำลาย ตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต่อไป

ด้าน น.ส.สาวิตรี กล่าวว่า การล่าสัตว์ป่าและสัตว์คุ้มครองในเขตอุทยาน มีความผิดทางกฎหมายและมีโทษหนัก จึงฝากถึงผู้ที่คิดจะกระทำการดังกล่าว ให้หยุดการล่าสัตว์ป่า และสัตว์คุ้มครองในเขตอุทยานฯ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และอยากฝากถึงประชาชนที่อยู่ติดกับอุทยานฯ ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่อง หากพบเห็นการล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานฯ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1362.