เมื่อวันที่ 30 มีนาคม บัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Phattrawut Mungmanee ซึ่งเป็นอดีตวิศวกรการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ได้ออกมาโพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีเช็กเบื้องต้นกรณีพบตึกร้าวและคอนโดฯ พังลักษณะแบบไหนอันตรายหลังเกิดแผ่นดินไหว โดยระบุว่า “แผ่นดินไม่ไหวแล้วหนิ? อาฟเตอร์ช็อกก็ไม่มา #แต่มันยังไม่จบครับ#โครงสร้างยังพังต่อได้อีก”

จงวิเคราะห์ : มีคนส่งมาถามอีกว่า แบบไหนครับพี่ ถึงเรียกว่า #ไม่ควรเข้าตึก อยู่ให้ไกลประเมินให้ทีว่ามัน xบหาย ระดับไหน เมื่อ ตึกร้าว, คอนโดพัง หลังจากเกิดแผ่นดินไหว? ไม่เอารอยร้าวนะครับ นั่นคนพูดเยอะแล้ว เราเอาแบบ เห็นแล้ว ถ้ามองข้าม = เกิดใหม่ คอนเซปไม่มีอะไรซับซ้อนเลยครับ #จำเอาไปดูเลยครับ

1.) คานแตกจนเห็นเหล็ก = วิ่งสิครับ! รออะไร เพราะความสามารถรับน้ำหนักจะลดลงทันที, อันตรายเพราะฝืนใช้ต่อไป น้ำหนักจากผนัง พื้น คน → ทำให้คาน ฉีกและทรุด ได้แม้ไม่มีแรงสั่นอีก
2.) เช็คเสา ถ้าพังร้าว เสาพังจนเห็นเหล็กปลอก (Stirrups) = วิ่งอีกทีครับเพราะเสาคือ “หัวใจการพยุงอาคาร” → หากเกิดรอยร้าวเฉือนเฉียงแบบ X-shaped หรือ Concrete หลุดล่อน อาคารอาจจะพังถล่มลงทันที โดยไม่มีอาฟเตอร์ช็อกด้วยซ้ำ ถ้ามีแรงใช้งานเพิ่ม เช่น น้ำฝน, ของหนัก, คนเดิน (มี Load กระทำมันอยู่)

3.) รอยแยกที่จุดต่อ (Joint Failure) เช่น จุดต่อคาน ถนนพระรามสอง มันเคลื่อนไม่ลงล็อก = วิ่งให้ไวกว่าเดิม x3(ยกกำลัง2) แผ่นดินไหวจะ “กระตุก” ส่วนที่เป็น Connection เช่น เสา-คาน, คาน-พื้น ถ้าเกิดการฉีกขาดของ Grout หรือรอยต่อพิเศษ (เช่น Post-tension) → จะเกิด Loss of Integrity, โครงสร้างจะ “โยกหลวม” แม้จะยังยืนอยู่ แต่ “สูญเสียความสามารถแบกรับน้ำหนักซ้ำซ้อน” (เหมือนข้อต่อกระดูกเราหลุด) เช่น รอยต่อของจุดรับน้ำหนักคาน บนพระราม 2 เคลื่อน = วิ่งครับ
4.) พื้นแอ่น (Slab Punching) = หนีไปครับ RUNx4 ไม่ว่าจะอยู่ด้านบน หรือ ด้านล่าง แอ่นปุ๊บ = บาย

เพราะแรงจะกระทำแนวดิ่งสะสมที่ “หัวเสา” (เช่น Flat Slab) → เกิดการ “เจาะทะลุของเสา” ขึ้นพื้น (Punching Shear) แผ่นพื้นจะ “แอ่นลง → แตก → ทะลุลงมาทั้งยวง” ได้ทันที เมื่อมีคนเดินหรือของหนักเพียงเล็กน้อย หัวแตก โดนพื้นทับ เป็นปลาหมึกแถวบนเลยครับ “อาคารที่เคยผ่านแผ่นดินไหวแรงแล้วไม่พังทันที ≠ ปลอดภัย” คือมันยังไม่ปลอดภัยครับ และถ้าสังเกตได้ 4 จุดนี้ นอนสวนสาธารณะที่ ผู้ว่าชัชชาติ เขาเปิดให้สบายใจกว่าครับ

ยังไม่พอ ต่อให้ไม่เกิด อาฟเตอร์ช็อก โครงสร้างก็อาจเข้าสู่ “ภาวะอ่อนล้าเชิงโครงสร้าง” (Structural Fatigue) โดยไม่รู้ตัว และจะพังแบบ Progressive Collapse (พังลามทั้งระบบ) ได้ง่ายมากหากมีแรงเพิ่มอีกแม้เพียงเล็กน้อย เช่น ยังมีคนเดินเยอะ ไม่กั้นพื้นที่ ไม่เสริมแรงเหล็ก เสา ไม่เสริมคาน ฯลฯ คนยัง ผ่านไปมา เพ่นพ่าน, ฝนดันตก น้ำท่วมขังบนพื้น, จู่ๆ ก็เอารถเข็นหนักไปวิ่งบนนั้น, เครื่องปรับอากาศแขวนก็ยังห้อยต่องแต่งอยู่ มันคือ Load ที่กระทำต่อโครงสร้างทั้งนั้น

ให้นึกภาพว่า กระดูกหัก แต่น้ำหนักเท่าเดิม ก็พังใช่ไหมครับ โครงสร้างก็แบบนั้น กล้ามเนื้อคือคอนกรีต, กระดูกคือเหล็กเสริมข้างใน, ระบบไฟฟ้า ประปา คือเส้นประสาทฯ อะไรฉีกพัง ก็ต้องระวังหมด แต่ถ้ากล้ามเนื้อพังจนเห็นเหล็ก สักวันเหล็กก็จะล้า เหมือนกระดูกหัก ร่างกายก็จะรับน้ำหนักตัวเองไม่ได้ ยังไม่พอ ยังไปเพิ่มน้ำหนักให้มันอีก ก็ยิ่งพังไป แต่กลับกันตรงที่มันคือโครงสร้าง ก็ยิ่งต้องระวังครับ

สรุป คือ หากอาคาร ผ่านแผ่นดินไหวแรง 1 ครั้งแล้วเกิดรอยร้าว / แตกร้าวในเสา-คาน-พื้น → ห้ามใช้งานต่อโดยไม่ตรวจสอบเพราะมันอาจพังลงมาเองได้แม้ “ไม่มีอาฟเตอร์ช็อกเลย” ไม่ต้องรีบเข้าคอนโดหรือตึกนะครับถ้าเจอภาพตัวอย่างแบบนี้ – เดี๋ยวจะประเมินในภาพย่อยให้ครับว่ามันแก้และน่ากลัวยังไง /เผื่อเป็นประโยชน์ครับ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : @Phattrawut Mungmanee