เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) นำเจ้าหน้าที่สภาวิศวกรรมและเจ้าหน้าที่ มอก. เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุอาคารกำลังก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่เกิดถล่ม จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ในประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา

นายอนุทิน เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตและผู้เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ยังคงพบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภายในที่เกิดเกตุ มีทีมแพทย์ประจำการสำหรับประเมินความเป็นไปได้ เพื่อวางแนวทางให้ความช่วยเหลือ เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถใช้เครื่องจักรทั้งหมดเข้าไปดำเนินการเต็มที่ได้แต่ก็มีความหวังจะยังคงมีผู้รอดชีวิตอยู่ ส่วนการช่วยเหลือกรณีหากพบผู้รอดชีวิตจากการตรวจสอบภายในพบมีช่องอากาศที่สามารถจะใช้ในการสอดท่อลมเข้าไปได้ แต่ประเด็นคือผู้ที่ยังไม่สามารถออกมาได้นั้นเนื่องจากถูกทับด้วยโครงสร้างขนาดใหญ่จึงทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้ซึ่งถือเป็นความยากลำบากในการทำงาน ขณะเดียวกันในพื้นที่ยังมีทีมวิศวกรคอยประเมินการทำงานด้านการเจาะโครงสร้าง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ที่ติดค้างอยู่ภายในซากอาคารและผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ได้เครื่องมือเข้ามาเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก เช่น เครนขนาด 500 ตัน และ 600 ตัน ซึ่งก็จะนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ในการทยอยยกคานขนาดใหญ่ซึ่งมีน้ำหนักมากลงมาด้านล่างเพื่อลดแรงกดทับจากด้านบน ลดความเสี่ยงในการถล่มเพิ่มเติม ซึ่งการได้เครนขนาดใหญ่มาเป็นจำนวนมากถือเป็นผลดีเพราะจะช่วยในการถ่วงดุลน้ำหนักของโครงสร้าง โดยขณะนี้พบหน่วยกู้ภัยจากต่างประเทศเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานทั้งหน่วยกู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญ

ส่วนการตรวจสอบหาสัญญาณชีพขณะนี้อยู่ระหว่างใช้เครื่องมือในการตรวจสอบแต่ต้องยอมรับว่าสัญญาณค่อนข้างอยู่ในระดับต่ำ ส่วนนี้อาจมาจากการที่ผู้ติดค้างอยู่ในซากอาคารติดค้างอยู่ภายในเป็นเวลานานหลายวันจึงอาจทำให้ไม่มีแรงในการขยับตัว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมีการหาวิธีที่จะค้นหาผู้ติดค้างในทุกวิถีทาง โดยในวันพรุ่งนี้ก็จะครบเวลา 72 ชั่วโมง ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่จึงได้มีการเพิ่มแผนปฏิบัติงาน โดยจะต้องมีการประเมินและวิเคราะห์การปรับใช้เครื่องมือตลอด 24 ชั่วโมงโดยผู้เชี่ยวชาญ

รองนายกฯ อนุทิน กล่าวอีกว่า สำหรับตัวเลขผู้สูญหาย จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่ายังคงมีผู้ที่ติดค้างอยู่ภายใต้เศษซากอาคารอีกประมาณ 50 คน แต่ไม่ได้หมายความว่าหากครบทั้ง 50 คน แล้วจะหยุดการค้นหา ซึ่งภารกิจในครั้งนี้ยอมรับว่า มีความยากลำบากและสำคัญเทียบเท่าใกล้เคียงกับภารกิจถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ส่วนการตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้นได้มีการตั้งคณะกรรมการฯ โดยขีดเส้นให้ดำเนินการภายใน 7 วัน โดยมีวิศวกรใหญ่ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรม และนักวิชาการ เป็นคณะทำงานตรวจสอบ โดยการตรวจสอบจะเน้นไปที่วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งขณะนี้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่เก็บชิ้นส่วนไปตรวจสอบ แต่ส่วนตัวมองว่า ตึกนี้น่าจะมีปัญหาเนื่องจากในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีตึกเป็นจำนวนกว่า 10,000 ตึก บางตึกมีอายุมากกว่า 30-50 ปี แต่ก็ไม่เห็นเกิดปัญหาเหมือนเช่นอาคารแห่งนี้ ซึ่งเดิมทีประเทศไทยก็มีมาตรฐานในการก่อสร้างอาคารสูงเพราะฉะนั้นตัวเองจึงไม่อยากให้นำข้อมูลการก่อสร้างของอาคารแห่งนี้มาเปรียบเทียบกับตึกอื่นๆ