เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 68 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อประเมินผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวพร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชนด้านท่องเที่ยว อาทิ สมาคมโรงแรมไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว​(แอตต้า) ว่า  เป็นห่วงตัวเลขนักท่องเที่ยวในอนาคตจะชะลอเดินทางมาไทย​ จึงต้องรีบประชาสัมพันธ์ให้เห็นว่า จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจริงๆ คือกรุงเทพฯ จังหวัดเดียว และต้องมอนิเตอร์การจองตั๋วเครื่องบินและการจองโรงแรมมาประเทศไทยในช่วงก่อนสงกรานต์และในช่วงสงกรานต์

ขณะเดียวกันภาคเอกชนท่องเที่ยวเรียกร้องให้ภาครัฐออกประกาศนียบัตรหรือหนังสือรับรองตึกและอาคารที่ได้รับการตรวจสอบแล้วว่ามั่นคงแข็งแรง​ ซึ่งทางผู้ว่าฯ​ กรุงเทพมหานคร​ ได้พยายามอย่างเต็มที่กระจายวิศวกรอาสาตรวจอาคารต่างๆ​ อย่างเร็วที่สุดและดีที่สุด ส่วนทางโรงแรมจะมีวิศวกรประจำของตึกอยู่แล้ว สิ่งที่ได้รับข้อเรียกร้องมาคืออยากให้ออกหนังสือรับรองว่าอาคารไหนโรงแรมไหนผ่านการตรวจสอบด้านวิศวกรรมแล้วมีความปลอดภัย​ จากนั้นจะให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย​ (ททท.) และหน่วยงานต่างๆ​ กระจายข้อมูลสู่ท่องเที่ยวทั่วโลก นอกจากนี้ ที่ภาคเอกชนขอให้ยกเลิกการประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน​ เพราะในภาษาอังกฤษจะค่อนข้างรุนแรง​ มีผลต่อการประกันภัยต่างๆ ของภาคท่องเที่ยว​ จะพยายามอย่างยิ่ง​ ทำงานให้รวดเร็วที่สุดและได้นำข้อเสนอแนะของภาคเอกชนไปยังนายกรัฐมนตรีด้วย

“ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา​ มีการยกเลิกห้องพักประมาณ 1,000 กว่าห้อง​ แต่บางจังหวัดมีการเข้าพักเต็มเช่นที่พัทยา ก็ต้องมอนิเตอร์ตัวเลขต่อไป ที่น่าเป็นห่วงคือการยกเลิกตั๋วเครื่องบิน อย่างไรก็ตาม​ ผมมั่นใจอย่างหนึ่ง​ ข้อความที่ออกไปจากภาครัฐโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท. สำนักงานทั่วโลก ได้กระจายข้อความทุกภาษาว่าเราสามารถจะได้ความมั่นใจขึ้นมาสู่ประเทศไทยได้โดยเร็ว ที่เกิดความวิตกมากที่สุด คือ จีนที่ได้รับผลกระทบมากสุด ในเร็วๆ​ นี้​ จะขอหารือกับ เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ส่วนกิจกรรมในเทศกาลสงกรานต์ยืนยันเดินหน้าต่อไป”

นอกจากนี้กระทรวงฯ ขอเชิญชวนสื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนทุกคน ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี สร้างภาพลักษณ์ที่อบอุ่นและปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นแรงสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ได้อย่างเข้มแข็ง

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า รัฐบาลต้องเร่งสร้างความมั่นใจแก่คนในประเทศ อย่าให้เกิดภาวะแพนิคเหมือนวันที่ 28 มี.ค. 68 ที่วิ่งขึ้นลงตึก ยิ่งทำให้ต่างชาติมองว่าสถานการณ์ในประเทศไทยยังไม่จบ ทำให้คนที่เขาเตรียมจองล่วงหน้ากังวลว่ายังสามารถจองมาประเทศไทยได้มั้ย ส่วนสถานการณ์นักท่องเที่ยวขาเข้าล่าสุด​ เดินทางผ่านบริษัททัวร์ จากปกติมีวันละ 8,000 คน แต่วันนี้หายไป 30% เหลือ 6,000 คนต่อวัน 

“สิ่งที่ต้องจับตามองตอนนี้คือช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะหายไปหรือไม่ เฉพาะนักท่องเที่ยวจีนประเมินว่าหายไปแน่นอน 20% เมื่อเทียบกับสงกรานต์ปีที่แล้ว จากทั้งปัจจัยความเชื่อมั่นที่ยังไม่ฟื้นตัว และเจอเหตุแผ่นดินไหวซ้ำเติม สำหรับตัวอย่างการเดินทางช่วงสงกรานต์ที่มีการยกเลิก เช่น เที่ยวบินเช่าเหมาลำจากเฉิงตูมาไทย จากเดิมไม่เต็มอยู่แล้ว แต่พอเจอเหตุแผ่นดินไหวได้ขอยกเลิก” 

ทั้งนี้​ ทางแอตต้าได้จัดทำผลสำรวจทางโซเชียลมีเดีย พบว่า 30% มีความรู้สึกทางลบต่อการเดินทางมาประเทศไทย เพราะกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่พัก และขอรอดูสถานการณ์ก่อน โดย 4.1% มองเชิงบวกว่าประเทศไทยยังเดินทางได้ 65.8% ขอรอดูสถานการณ์ก่อน ส่วนทางการท่องเที่ยวของไต้หวันได้ประกาศให้นักท่องเที่ยวที่จองบริษัททัวร์ไว้แล้ว สามารถยกเลิกการเดินทางได้ โดยที่บริษัททัวร์ต้องไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ อย่างไรก็ตาม​ ทางแอตต้าจะทำการสำรวจให้ชัดอีกครั้งในอีก 1-2 วันข้างหน้า 

ส่วนทั้งปีนี้คาดนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย 7 ล้านคน ไปไม่ถึง 8 ล้านคน​ ตามเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการ​ อย่างไรก็ตามคาดหวังว่าสถานการณ์จีนเที่ยวไทยน่าจะดีขึ้น เพราะสถาบันวิจัยของจีนระบุว่าตลาดเอาต์บาวด์จีน จะดีขึ้น จาก 4 มณฑลใหญ่ เสฉวน กุ้ยโจว ยูนนาน ทิเบต และนครฉงชิ่ง ที่มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเป็นพิเศษ ทำให้เดือน พ.ค.​ นี้ แอตต้าจะไปจัดโรดโชว์ที่ฉงชิ่งและกุ้ยโจว และดึงผู้ประกอบการจากเมืองรอบๆ มาด้วย

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า เหตุแผ่นดินไหวเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้คนไทยตกใจ วันเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา​ ทางหน่วยงานควรให้แต่ละเขตไปสำรวจตึกต่างๆ ก่อนให้คนเข้าทำงานแบบวันจันทร์ จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์คนอพยพซ้ำอีกรอบ คนแตกตื่น และเป็นข่าวออกไปอีกรอบ การยกเลิกเดินทางมาไทยมีขึ้นอยู่แล้ว จะมากหรือน้อยก็ขึ้นกับข่าวนำเสนอ ยิ่งมีการอพยพซ้ำอีกรอบในวันนี้ ยิ่งซ้ำเติมภาคท่องเที่ยว

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า อยากขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวถึงพื้นที่ท่องเที่ยวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในครั้งนี้ เช่น ภูเก็ต พัทยา จะเห็นได้จากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โรงแรมในกาญจนบุรี พัทยา และหัวหิน มีลูกค้าเข้าพักเต็มหมด เป็นคนกรุงเทพฯ ที่หนีแผ่นดินไหวไป และเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้ภาพที่ออกไปยังต่างประเทศให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งสามารถท่องเที่ยวได้ตามปกติ และขอว่าระหว่างนำเสนอข่าวอย่าโยงเหตุแผ่นดินไหวของไทยกับเมียนมา เพราะชาวต่างชาติแยกไม่ออก โดยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 31 มี.ค. 68 ที่ผ่านมา ได้ประชุมสมาคมโรงแรมไทย พบว่า จากที่ได้สำรวจเกี่ยวกับความเสียหายของโรงแรมสมาชิก ส่วนใหญ่เป็นการกะเทาะของผนัง เป็นเรื่องธรรมดา ส่วนเรื่องโครงสร้างหลัก ไม่มีโรงแรมไหนมีปัญหา

ขณะที่ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน​ หรือ​ สตง. ถล่มระหว่างเกิดแผ่นดินไหวนั้น มีการเผยแพร่ไปทั่วโลกผ่านสำนักสื่อต่างๆ ซึ่งทำให้กระทบความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว ทั้งที่อาคารส่วนใหญ่ไม่ได้รับความเสียหาย วอนภาครัฐเร่งหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร และออกมาอธิบายเพื่อสื่อสารให้เกิดความชัดเจน อย่างไรก็ตามสิ่งที่กังวลคือความปลอดภัยของโรงแรมนอกระบบ เพราะมีการต่อเติมอาคารทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย และไม่ได้มีการเก็บข้อมูลนักท่องเที่ยว

นายอภิชาติ พัชรภิญโญพงศ์ นายกสมาคมเรือไทย กล่าวว่า ขณะนี้ภาพรวมเรือภัตตาคารได้ให้บริการตามปกติแล้ว หลังเรือปิดให้บริการเมื่อวันศุกร์ แต่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ท่าเรือของไอคอนสยามได้ขอไม่ให้เรือภัตตาคารเข้าเทียบท่า ก่อนจะกลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่วันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ในตอนนี้ระดับแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับขึ้นลงสูงกว่าผิดปกติ ส่วนโรงแรมริเวอร์ไซด์ วันเกิดเหตุได้ให้ทีมเข้าสำรวจ ไม่พบผลกระทบโครงสร้างอาคารรวมถึงท่อแก๊ส