จัดเป็นอีกหนึ่งหนุ่มหล่อที่ไม่ได้มีดีที่หน้าตาอย่างเดียว แต่ปังและมีฝีมือการแสดงที่หาตัวจับยากมากๆ สำหรับหนุ่ม ไบร์ท-นรภัทร วิไลพันธ์ ที่ไม่ว่าจะสวมบทบาทไหนก็ทำได้ดีและถ่ายทอดความเป็นไปของตัวละครตัวนั้นออกมาได้สมการรอคอยจริงๆ แถมก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ว่าจะลดละเลิก ซึ่งช่วงนี้เจ้าตัวก็มีหน้าตาที่สดใสและหันมาเล่นโซเชียลเสิร์ฟคอนเทนต์ให้แฟนๆ ชมกันจนหายคิดถึงเลยนั้น

ล่าสุด หนุ่มไบร์ท ได้เดินทางมาร่วมงานบวงสรวง “บนพระจันทร์มีกระต่าย” ได้เปิดใจอัปเดตชีวิตหลังเลิกดื่มครบ 1 ปี พร้อมทั้งเป้าหมายที่วางไว้หลังจากนี้ โดยเจ้าตัวเผยว่า

“ช่วงนี้เล่นโซเชียลมากขึ้น เกิดจากมันเป็นเวลาอันสมควรแล้ว ชาวบ้านเขาจับกันมาหลายปีแล้ว เราไม่จับมันเลยก็ไม่ได้ ก็เลยคิดว่ามาเล่นติ๊กต็อกบ้าง แล้วผมถ่ายรูปไม่เก่งก็เลยคิดว่าการถ่ายวิดีโอมันก็ง่ายดี รู้สึกว่าได้พูดแล้วเราก็พูดได้ทั้งวันอยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่ได้ต่อยอดมาจากยูทูบที่ทำ ไม่ได้ต่อมาจากอะไร รู้สึกว่ามันเป็นคลิปสั้นๆ ถ่ายแนวตั้งง่ายๆ แล้วทำให้รู้สึกว่าได้ใกล้ชิดกับแฟนๆ มากขึ้น ซึ่งส่วนมากคอมเมนต์ไปในทิศทางเกี่ยวกับที่เราลงนั่นแหละ ก็ดีใจที่เขาคอยติดตามเป็นกำลังใจให้เราอยากลง ซึ่งเวลาถ่ายผมไม่ได้ดูอะไรทั้งนั้น แค่รู้สึกว่าพยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติที่สุด อยากพูดอะไรก็พูด ไม่ได้มีสคริปต์ ไม่ได้มีว่าจะพูดเรื่องนี้ทำเรื่องนี้ คอนเทนต์ที่หลากหลาย ทำที่อยากทำ

แล้วตั้งแต่ลดละเลิกเราหล่อขึ้นก็สดใสมากขึ้น ไม่เหงาแล้ว หมายถึงว่าไม่อยากไปเที่ยว เมื่อก่อนไปเที่ยวเพราะว่าเหงาอยากไปเที่ยว เดี๋ยวนี้โอเคแฮปปี้ เลี้ยงหมา ตอนนี้ก็ไม่ได้ไปไหนเลย ถ่ายละคร ถามว่าเพื่อนไม่ชวนเหรอ นี่ผ่านมาปีกว่าแล้วนะ แรกๆ เพื่อนชวนก็ลำบากใจแต่ตอนนี้ไม่มีใครชวน ชีวิตเพื่อนๆ ผมก็ไม่รู้ ไม่ได้ติดตาม แต่บางคนก็เลิกไปบ้าง บางคนก็ยังเที่ยวอยู่ ก็แล้วแต่เขา ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรใคร แต่บางทีมันก็มีไปบ้างนะ ไปแบบไปเป็นเพื่อนไปคุยด้วย แต่ผมก็อยู่ได้ไม่นาน อยู่ได้ 2 ชั่วโมงก็อยากกลับบ้านแล้ว แต่อันนี้ก็ถือว่าเราไปแสดงความยินดีไง สมมุติว่าวันเกิดหรือวันเลี้ยงฉลองหรือวันอะไรของเพื่อนๆ เราก็ไปคุยไปแสดงความยินดีไปแลกเปลี่ยน ซึ่งหลังจากเราลดละเลิกมาปีกว่าแล้ว จริงๆ ก็ดีขึ้นมากนะ สำหรับผมมันทำให้เรามีสติมากขึ้น เหมือนผลักปิศาจออกไปจากตัวเราเอง เมื่อตอนที่ผมดื่มผมรู้สึกว่ามันสูญเสียความเป็นตัวเองไปเยอะ พอเราเมาแล้วไม่มีสติ เราก็อาจจะกลั่นกรอง ทำ พูด คิดอะไรที่มันไม่ดี แต่พอมันหยุดไปความคิดบวกมันก็วิ่งเข้ามาในหัวมากขึ้น เรามีทัศนคติที่ดีต่อโลกนี้มากขึ้นนะ ถ้าถามถึงเรื่องเคยถามตัวเองไหมในวันที่ประสบความสำเร็จแล้วว่าเราก็สามารถทำได้นะ จริงๆ ผมมั่นใจแต่แรกอยู่แล้วว่าผมทำได้ เพราะคิดว่าถ้าจะทำมันก็ทำได้แหละ ไม่ได้มีปัญหาอะไรแฮปปี้ดี ไลฟ์สไตล์มันก็เปลี่ยนพอเราไม่ได้ไปเที่ยว เราก็ไม่ได้ตื่นเย็น กลายเป็นว่าตอนนี้ก็มีเวลาตื่นเช้า ผมคิดว่าทุกวันตอน 9 โมงผมต้องตื่นมารดน้ำต้นไม้ ก็มีความสุขดี ผมรู้สึกว่ามันมีเอ็นเนอร์จี้มากขึ้น อย่างที่บอกว่าพอมันมีสติมันพักผ่อนเพียงพอ ความคิดในหัวมันก็เป็นไปในทางบวกมากขึ้น ทำให้เราคิดดี โกรธน้อยลง หงุดหงิดน้อยลง รำคาญน้อยลง มันก็มีความสุขมากขึ้น หลังจากนี้เป้าชีวิต จริงๆ ผมตั้งเป้าว่าผมอยากไปโบสถ์ให้ได้ทุกวันอาทิตย์แบบทุกอาทิตย์เลย คือตอนนี้ก็ไปแหละ แต่บางทีมันก็ติดถ่ายบ้าง หรือบางทีวันเสาร์ถ่ายดึกเช้าตื่นไม่ไหว ก็ไปบ่อยแต่ก็พยายามจะไปให้ได้ทุกอาทิตย์ เพราะพอไปแล้วมันเหมือนรีเซตในหัวเรา ทำลายขยะในสมองทิ้งในแต่ละสัปดาห์ พอไปแล้วรู้สึกว่าเหมือนเป็นคนดีขึ้นมาหน่อยเรื่อยๆ”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก brightnorr