นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า  ในวันที่ 4 เม.ย.68 จะมีการประชุมคณะกรรมการปราบปรามสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ที่มีตนเป็นประธาน เพื่อตรวจสอบกรณีบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เป็นธุรกิจนอมินีหรือไม่ หลังพบข้อมูลเบื้องต้นมีคนไทย 51% และคนจีน 49% อีกทั้งพบความผิดปกติหลายประการ เช่น ไปตรวจที่สำนักงานใหญ่ พบว่าไม่เปิดทำการ กดกริ่งไม่มีคนเปิด โทรศัพท์ไม่มีคนรับสาย ทั้งโทร.ไลน์ และเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้  โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในศุกร์นี้ และนำข้อมูลส่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อดำเนินการต่อไป โดยจะเอาผิดให้ถึงที่สุด เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่มาก

“จากการตรวจสอบ พบความผิดปกติเยอะมาก เช่น คนไทยที่ถือหุ้น 10% แต่กลับไม่มีบ้าน ไม่มีรถ เป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก ทั้งๆ ที่ 10% ของทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท คือ 10 ล้านบาท และยังพบมีเครือข่ายกว้างมาก ขอรวบรวมทุกเรื่องให้ชัดเจนก่อน และจะแถลงครั้งเดียววันที่ 4 เม.ย.นี้ ยืนยัน จะเอาผิดให้ถึงที่สุด ไม่มีเกี่ยเซี้ย หรือไม่มีฮั้ว แน่นอน”

นายพิชัยกล่าวว่า ผมได้กำชับให้คณะทำงานที่ดูแลตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงให้ละเอียด เนื่องจากว่านายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก อีกทั้งจากการรายงานทราบว่ามีการรวบรวมและทราบข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งหากพบความผิดปกติก็จะดำเนินตามกฎหมายในทันที  รวมถึงข้อมูลที่ได้รับรายงานพบว่ามีการโยงใยและถือหุ้นในหลายบริษัท โดยโทษสูงสุดหากพบเป็นนอมินี คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  ส่วนการนำเข้าเหล็กด้อยคุณภาพมาใช้ก่อสร้าง กระทรวงพาณิชย์  จะตรวจสอบเช่นกัน ตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่