ขณะที่ตัวช่วยในการลดน้ำหนักอย่างโอเซมปิกกำลังอยู่ในกระแสความสนใจของคนที่อยากผอมและมีรูปร่างดี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การลดน้ำหนักต้องใช้เวลา ดังนั้น เทรนด์การทำศัลยกรรมเพื่อความงามแนวใหม่ที่อาศัยการปรับตำแหน่งซี่โครงเพื่อให้ดูเอวเล็กคอดจึงเริ่มได้รับความนิยม เพราะเห็นผลทันใจในเวลาไม่กี่สัปดาห์

การทำศัลยกรรมปรับตำแหน่งซี่โครงนี้มีชื่อเรียกว่า RibXcar คนที่ต้องการผ่าตัดเพื่อให้ตัวเองมี “เอวเอส” ต้องจ่ายเงินหลายพันไปจนถึงหลักหมื่นดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ได้หุ่นทรง “นาฬิกาทราย” ตามที่ใฝ่ฝัน

ตามรายงานของ Plastic Surgery Hub ซึ่งเป็นศูนย์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับศัลยกรรมพลาสติกเพื่อเสริมความงาม ระบุว่า การทำศัลยกรรม RibXcar เป็นขั้นตอนการผ่าตัดที่มีการลงมีดผ่าตัดจริงๆ น้อยมาก โดยจะใช้คลื่นอัลตราซาวด์เป็นหลักชี้นำในการจัดและปรับตำแหน่งของซี่โครงซี่ที่ 10, 11 และ 12 ให้บีบเข้าด้านใน เพื่อสร้างเส้นเอวใหม่ที่เล็กคอด มีความโค้งมนและสวยงามตามความต้องการของลูกค้า 

ศัลยกรรม RibXcar จะดึงซี่โครงให้บีบเข้าสู่ด้านในแกนกลางลำตัว

รายงานชี้ว่า การจัดแนวเรียงซี่โครงใหม่นี้จะทำให้ผู้ทำศัลยกรรมทุกคนเห็นผลลัพธ์ได้ทันที ไม่ว่าจะมีรูปร่างแบบใดก็ตาม ลูกค้าบางคนอ้างว่าเอวของพวกเขาลดลงไปหลายนิ้วหลังเสร็จสิ้นกระบวนการ

หลังจากผ่าตัดแล้ว ลูกค้าจะใช้เวลาพักฟื้นเพียง 2-3 สัปดาห์และมีรอยแผลจากการผ่าตัดน้อยมาก เพราะศัลยแพทย์จะใช้การเจาะรูเข้าไปในร่างกายเพื่อเข้าถึงซี่โครงที่ต้องการปรับแต่ง และรูนี้มีขนาดเล็กเพียงหัวเข็มหมุด

สำหรับคนที่ต้องการปรับขนาดเอวแบบเห็นผลทันใจด้วยวิธีนี้ พวกเขาจะต้องจ่ายเงิน 14,000-16,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 478,000-545,600 บาท) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมขั้นตอนการวางยาสลบและค่าห้องผ่าตัด ขึ้นอยู่กับว่าจะทำหัตถการที่ไหน

สำนักข่าวเดลีเมล์รายงานว่า อัตราค่าผ่าตัดนี้ได้มาจากค่าใช้จ่ายและค่าหัตถการของ ดร.โทมัส สเทอร์รี ศัลยแพทย์เสริมความงามชื่อดังของนิวยอร์ก

ดร.โทมัส สเทอร์รี

ดร.เทอร์รี อธิบายว่า หลังจากผ่าตัด ลูกค้าหรือผู้ป่วยจะต้องสวมคอร์เซตต์หรือชุดรัดเอวเพื่อควบคุมขนาดของเอว แล้วแต่ว่าต้องการให้เอวเล็กแค่ไหน นอกจากนี้ หลังจากผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยควรหลับในท่านอนหงายเป็นเวลา 10 วันและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากอย่างน้อย 6 สัปดาห์

ดร.สเทอร์รีอธิบายถึงความเจ็บปวดที่ผู้ป่วยต้องประสบว่าอยู่ในระดับที่ “พอทนไหว” และผลลัพธ์ที่ได้นั้นขึ้นอยู่กับผู้ป่วยเป็นหลัก

“ยิ่งผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำและสวมชุดรัดเอวนานเท่าไร ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น” เขากล่าว

ตามคำแนะนำของดร.สเทอร์รี ผู้ป่วยควรสวมชุดรัดตัวเป็นเวลา 3 เดือนหลังการผ่าตัด คล้ายกับการต้องใส่รีเทนเนอร์หลังจากถอดเหล็กดัดฟันออก 

“ถ้าคนไข้ไม่สวมชุดรัดเอว กล้ามเนื้อจะดึงซี่โครงให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิม” สเทอร์รีอธิบาย

ที่น่าแปลกใจก็คือศัลยกรรมแบบนี้ได้รับความสนใจทั้งจากลูกค้าหญิงและชาย ดร.สเทอร์รีกล่าวว่า ลูกค้าของเขามักเข้ารับการผ่าตัดนี้ร่วมกับการผ่าตัดดูดไขมัน, เก็บเนื้อหน้าท้องและผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วนด้วยการกระตุ้นฮอร์โมน GLP-1 ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่ม

ด้วยเหตุนี้ ลูกค้าที่เลือกทำศัลยกรรม RibXcar ร่วมกับกระบวนการรักษาอื่นๆ จึงมักจะจ่ายเงินมากกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 682,000 บาท) เพื่อให้ได้รูปร่างตามที่ต้องการ โดยที่ไม่ต้องอดทนต่อการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายที่ใช้ความต่อเนื่องและระยะเวลายาวนาน

ที่มา : nypost.com, dailymail.co.uk

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES