เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 68 น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ คณะทำงานของรัฐมนตรีอุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าทีมตรวจสุดซอย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เข้าตรวจสอบบริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด ภายในนิคมอุตสาหกรรม WHA ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง หลังพบว่าบริษัทดังกล่าวมีการผลิตและจำหน่ายเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งถูกนำไปใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารค่าไฟฟ้าของบริษัท โดยเปรียบเทียบระหว่างช่วงที่บริษัทยังดำเนินกิจการปกติและช่วงที่ถูกสั่งระงับ พบว่าในเดือนพฤศจิกายน 2567 ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 134 ล้านบาท ขณะที่เดือนธันวาคม 2567 หลังจากบริษัทถูกสั่งระงับการดำเนินกิจการเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ค่าไฟฟ้าลดลงเหลือ 73 ล้านบาท และในเดือนมกราคม 2568 ลดลงเหลือ 1.2 ล้านบาท ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ลดลงเหลือเพียง 640,000 บาท ข้อมูลดังกล่าวใช้เป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามคำสั่งระงับการผลิตจริงหรือไม่

ส่วนกรณีโรงงานมีการลักลอบประกอบกิจการภายหลังจากการสั่งปิดหรือไม่ จากการตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าในโรงงาน พบว่า ก่อนที่บริษัทฯ จะถูกสั่งปิดเมื่อเดือนธันวาคม 2567 มีการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละ 150 ล้านบาท ภายหลังจากการสั่งปิด มีการใช้ไฟฟ้าในเดือนมกราคม 2568 ค่าไฟ 1.2 ล้านบาท เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ค่าไฟ 6.4 แสนบาท โดยเดือนในเดือนมีนาคม 2568 ค่าไฟขยับขึ้นมาเป็น 6.4 ล้านบาท ซึ่งต้องตรวจสอบต่อไปว่าบริษัทฯ มีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นด้วยเหตุผลประการใด

คณะตรวจสอบเดินทางไปยังบริษัทซินเคอหยวน สตีล จำกัด เพื่อตรวจสอบเหล็กที่ถูกอายัด รวมถึงสอบสวนว่าโรงงานยังมีการดำเนินการหลังถูกสั่งระงับหรือไม่ โดยขอเอกสารค่าไฟฟ้าของเดือนมีนาคม 2568 และเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อระบุว่าเหล็กที่จำหน่ายให้กับ สตง. เป็นลอตใดและมีปริมาณเท่าใด ทางบริษัทให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี พร้อมเปิดโรงงานให้สื่อมวลชนเข้าตรวจสอบ และยืนยันว่าจะจัดส่งเอกสารการซื้อขายให้ภายใน 7 วัน เนื่องจากการจำหน่ายเหล็กเป็นการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย ไม่ได้ขายให้ สตง. โดยตรง

เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนได้เข้าสำรวจโกดังเก็บเหล็กเส้นที่ถูกอายัด ทางบริษัทชี้แจงว่าไม่ได้เคลื่อนย้ายหรือนำเหล็กออกจำหน่ายตั้งแต่มีคำสั่งอายัด พร้อมอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตัดตัวอย่างเหล็ก โดยเฉพาะเหล็กเส้นข้ออ้อยขนาด 32 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดเดียวกับที่ใช้ก่อสร้างอาคาร สตง. เพื่อนำไปตรวจสอบที่สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย แม้ว่าจะมีการตรวจสอบไปแล้วสองครั้งก่อนหน้านี้ และพบว่าไม่ผ่านมาตรฐานทั้งสองครั้ง

ในระหว่างการตรวจสอบ ตัวแทนบริษัทได้เสนอให้ส่งตัวอย่างเหล็กไปตรวจสอบที่สถาบันยานยนต์ควบคู่กับสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย เนื่องจากทั้งสองสถาบันใช้มาตรฐานค่าโบรอนแตกต่างกัน โดยสถาบันเหล็กกล้าฯ กำหนดค่ามาตรฐานที่ 0.0009%-0.0025% ขณะที่สถาบันยานยนต์กำหนดที่ 0.0004%-0.0066% คณะตรวจสอบยืนยันว่าดำเนินการตามมาตรฐานของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย แต่ก็พร้อมส่งตรวจสอบทั้งสองสถาบันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่บริษัท

ตัวแทนบริษัทซินเคอหยวนยืนยันว่า ไม่ได้กังวลต่อการตรวจสอบ เนื่องจากเปิดเผยข้อมูลและให้ความร่วมมือกับคณะตรวจสอบและสื่อมวลชน พร้อมย้ำว่าบริษัทปฏิบัติตามคำสั่งระงับการผลิตและไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเหล็กที่ถูกอายัด อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ชี้แจงกรณีที่มีรายงานว่ามีรถบรรทุกฝุ่นแดงเข้าออกโรงงานว่า ฝุ่นแดงดังกล่าวเป็นของที่เก็บไว้ตั้งแต่ปี 2554 และไม่มีการนำมาใช้ผลิตเหล็ก
นอกจากนี้ บริษัทระบุว่า ไม่ทราบว่าเหล็กที่ถูกใช้ในการก่อสร้างอาคาร สตง. เป็นของบริษัท จนกระทั่งได้รับทราบจากข่าว เนื่องจากการขายเหล็กเป็นการดำเนินการผ่านตัวแทนจำหน่ายและพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเป็นผู้ส่งต่อให้กับผู้รับเหมาอีกทอดหนึ่ง

ในประเด็นที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเหล็กที่ใช้สร้างอาคาร สตง. ไม่ผ่านมาตรฐาน ทนายความของบริษัทซินเคอหยวนระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเหล็กของบริษัทมีปัญหาตั้งแต่กระบวนการผลิตหรือไม่ เนื่องจากระหว่างการก่อสร้างอาจมีปัจจัยอื่น เช่น ความร้อนหรือสารเคมี ที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของเหล็ก บริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบและรอผลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป